ฤาถึงคราต้องใช้ “มนต์กฤษณะกาลี”

เพราะออเจ้านิสัยไม่ดี ไม่มีจิตใจเมตตา คอยแต่ริษยาคนอื่น จนวันๆ ไม่เป็นอันทำอะไร เห็นทีข้าจะต้องไปสวดมนต์กฤษณะกาลี เพื่อให้สิ่งที่เจ้าเก็บซ่อนเอาไว้ ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเจ้าออกมา !!!”

สิ้นสุดคำพูดนี้ พ่อหมื่นสุนทรเทวาก็รีบผละออกจากออเจ้าการะเกดที่มีสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดี เตรียมตัวไปทำพิธีสวดมนต์กฤษณะกาลีเพื่อเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของของแม่หญิงคนงาม

อุ๊บส์ !!! นี่ท่าทางผมจะติดละครเรื่องบุพเพสันนิวาสนี้อย่างเข้าเส้น จนอยากจะกลายเป็นพ่อหมื่นสุนทรเทวาไปกับเขาอีกคนหรือนี่กระไร

ยังไงยังไงก็ขอขอบคุณคุณรอมแพง ไว้ ที่นี้ ที่ทำให้คนไทยสนใจประวัติศาสตร์ในยุคสมัยพระนารายณ์ จนวันนี้เดินไปไหนมาไหน หรือแม้แต่ในโลกโซเชียล ก็เต็มไปด้วยคำพูดในอย่างสมัยโบราณ จนทำให้ย้อนไปนึกถึงวันวานที่เรามีวัฒนธรรมที่เด่นชัดเป็นของตัวเอง

แล้วนี่พี่หมื่นข้างบ้านจะมาเขียนเรื่องราวอะไรให้เราอ่านกันรึ ?

ออเจ้าบางคนอาจกำลังสงสัยในตัวข้าอยู่ เพลานี้

เรื่องมันก็มาจากมนต์กฤษณะกาลีนี่แล ชะแม่เอ๋ย ลองอ่านกันดูนะ พี่หมื่นจะพาเข้าเนื้อหากันในเพลานี้แหละ

อันว่าเรื่องการคัดเลือกคนเข้าทำงานที่เป็นส่วนหนึ่งและส่วนสำคัญของงาน HRM ที่ออเจ้าหลายๆ คนรู้กันดีอยู่ว่างาน HRM นั้น มันก็ประกอบไปด้วย

สรรหาพัฒนารักษา

แต่หากทว่าออเจ้าสรรหาคนเข้ามาได้ไม่ดี ไม่ได้มีนิสัยเข้ากันได้กับองค์กรและทีมงาน อีกทั้งยังมีผลงานที่ไม่ผ่านตามสิ่งที่องค์กรคาดหวังไว้ การพัฒนาคนคนนั้นให้ก้าวเดินต่อไปในสายอาชีพที่ออเจ้ารับเขาเข้ามาทำงานคงทำได้ยากยิ่งนัก

มิหนำซ้ำที่หนักไปกว่านั้น คือการที่คนคนนั้นจะกลายมาเป็นหอกข้างแคร่ให้ออเจ้าได้รำคาญใจ เพราะครั้นจะทำอะไรๆ มันก็ดูยากยิ่งขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา การโยกย้ายตำแหน่งงาน การกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจ จนอาจจะเลยเถิดไปถึงขั้นความสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับทีมงานและที่ทำงาน ซึ่งมันอาจจะพาลไปจนถึงขั้นที่ออเจ้าและเขาคนนั้นต้องแยกทางกันไปไม่วันใดก็วันหนึ่ง

ซึ่งสุดท้ายแล้วงาน HRM ที่ว่าด้วยเรื่อง สรรหาพัฒนารักษา เป็นอันต้องถูกหั่นขาดให้สะบั้นลงไป เพราะไม่สามารถทำได้ดีทั้งกระบวนการ เหมือนกับการใส่เสื้อที่ออเจ้าติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรกนั้นแล เม็ดต่อๆ ไปมันก็ย่อมจะผิดตาม

เพราะฉะนั้นวิธีการที่ดีที่สุดของออเจ้าคือ การใช้มนต์กฤษณะกาลีในการคัดเลือกคนเข้าทำงาน เย้ยยย !!! ผิดๆๆ คือการคัดคนให้ดีเสียตั้งแต่ทีแรกก่อนที่จะรับเขาเข้าทำงาน

ทีนี้พี่หมื่นก็จะพาออเจ้าไปรู้จักกับมนต์กฤษณะกาลีของพวกเราเหล่า HR กันได้เสียทีล่ะนะ หลังจากที่พิรี้พิไรพรรณนามานานจนอาจจะเกินกาลไป

จริงๆ แล้วเวลาที่พวกออเจ้าต้องการจะคัดเลือกใครสักคนเข้าทำงาน มันก็จะมีเพียง 3 อย่างที่เราควรจะคิดคำนึงถึง

เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ไหม มีนิสัยเข้ากันได้กับทีมงานหรือเปล่า

ส่วนเรื่องงานนั้นเล่ามีความสามารถและพฤติกรรมที่เป็นไปตามความคาดหวังของงานนั้นไหม

เรื่องนี้ไม่มีอะไรยาก ถ้าหากออเจ้าจะนึกมันให้ดีๆ เพราะสิ่งที่เราใช้เวลาไปกับการพูดกับคนนั้นทีคนนี้ที หรือที่เรียกให้ดีๆ ว่าการสัมภาษณ์นั้น มันก็คือการขุดคุ้ยหาสิ่งเหล่านี้จากผู้สมัครของเรานั่นแล

ถ้าว่ากันตามทฤษฎีภูเขาน้ำแข็งที่เราเห็นกันได้แบบเกลื่อนกลาด ซึ่งพี่หมื่นก็ไม่อาจจะพลาดทฤษฎีนี้ไปได้ แต่ไหนๆ ก็ไหนละ หากจะทำให้เป็นที่จดจำ พี่หมื่นอาจต้องทำให้ดูเป็นทฤษฎีใหม่ขึ้นมานิดนึง ซึ่งสิ่งที่พี่หมื่นชอบใช้ก็คือ ทฤษฎีต้นไม้ ที่เอาแบบรวบรัดตัดความไปเลยก็ได้ว่า

สิ่งที่เราควรจะมองหาจากผู้สมัครงานของเราก็คือ ออเจ้าคงต้องพิจารณาให้ดีก่อนว่าองค์กรที่ออเจ้าทำหน้าที่สรรหาคนให้เขาอยู่นั้นมีวัฒนธรรมองค์กรหรือวัฒนธรรมการทำงานแบบไหน จะเปรียบไปก็เหมือนกับสวนสักสวนหนึ่ง ออเจ้าต้องรู้ว่าตอนนี้ออเจ้าอยู่ในสวนแบบไหน ป่า, สวนไม้ดอกไม้ประดับ, สวนไม้ผล หรือเป็นฟาร์มผักสลัด ก็เพื่อว่าออเจ้าจะได้เลือกคนเข้ามาให้เหมาะกับสวนนั้นๆ นั่นเอง ก็อย่างเช่น ถ้าออเจ้าจะเลือกคนที่เป็นเหมือนผักสลัดไปอยู่ในองค์กรที่เป็นป่า ออเจ้าคิดว่าผักสลัดต้นนั้นมันจะมีโอกาสเติบโตขึ้นมาดูโลกได้มั้ย หรือถ้าโตได้มันจะอยู่ยั้งยืนยงได้อย่างไรในที่ที่มืดทึบขนาดนั้น

ส่วนที่สองเมื่อเลือกต้นไม้ได้ถูกกับสวนที่เรามีแล้ว ก็คงต้องมาดูให้แคบเข้าว่าต้นไม้นั้นจะมาอยู่ได้อย่างไรกับชุมชนที่อาจจะแคบลงที่เรียกว่าทีมงาน แนวคิดนี้ก็เป็นไปได้หลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเอาต้นไม้แบบเดียวกันมาอยู่ในกลุ่มประเภทเดียวกันเพื่อให้มันดูสวยงาม แต่ก็อย่าลืมนะว่าบางครั้งบางทีการที่เรามีต้นไม้หลายๆ ประเภทอยู่ในบ้านของเรา มันก็อาจจะมีประโยชน์เกื้อกูลซึ่งกันและกัน ซึ่งคงต้องว่ากันไปถึงเรื่องทฤษฎีบุคลิกภาพที่ลึงลงไปอีกครั้ง แต่ เพลานี้ พี่หมื่นเข้าใจดีว่าออเจ้าคงพอจะนึกภาพออกบ้างแล้วกันนะ

ส่วนที่สามก็เป็นส่วนสำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือความแข็งแรงของต้นไม้นั่น หรือถ้าจะพูดให้ชัดขึ้นมาก็คือรากของต้นไม้นั้นมีความพร้อมสักเพียงใด หากเป็นต้นไม้ที่ที่เคยออกดอกออกผลมาแล้ว ออเจ้าก็อาจจะมั่นใจได้ว่าเวลาที่คัดเลือกเขาคนนั้นเข้ามาทำงานก็น่าจะสานฝันการออกดอกออกผลได้เหมือนเดิมเป็นอย่างดี เพียงแต่บางครั้งบางทีพอย้ายมาอยู่ที่ใหม่อาจมีวิธีในการใส่ปุ๋ยบำรุงอะไรที่แตกต่างไปจากที่เก่าบ้าง แต่ถ้าหากรากนั้นแข็งแรง ดูดซึมอาหารได้ดี ก็ไม่น่าจะมีผลอะไรกับการออกดอกออกผลอีกครา แล้วถ้าต้นไม้ต้นนั้นยังไม่เคยออกดอกออกผลให้เห็นมาก่อนล่ะ ออเจ้าก็อาจจะต้องพิจารณาลงไปให้ถึงนิสัยหรือพฤติกรรมของเขาคนนั้น เพื่อที่จะทำให้มั่นใจได้ว่ายังมีรากที่พร้อมจะแข็งแรงและเติบโตได้ในเวลาที่เขาเข้ามาดูดซึมอาหารใหม่ๆ ในสวนของเรา

พี่หมื่นเข้าใจว่าออเจ้าน่าจะนึกภาพอะไรออกบ้างจากการคัดเลือกคนโดยใช้ทฤษฎีต้นไม้ของพี่หมื่น แต่ถ้าออเจ้ายังงงๆ อยู่ เอาไว้ตอนหน้าพี่หมื่นจะพามารู้จักกับวิธีการคัดเลือกคนที่จะทำให้ออเจ้าได้เห็นถึงพฤติกรรมและผลงานที่เขาเคยทำกันมาแล้วก็แล้วกันนะ

และสามสิ่งนี้แหละที่พี่หมื่นอยากจะบอกว่ามันคือมนต์กฤษณะกาลีที่ใช้ในการคัดเลือกคนเข้าทำงาน

เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ไหม มีนิสัยเข้ากันได้กับทีมงานหรือเปล่า

ส่วนเรื่องงานนั้นเล่ามีความสามารถและพฤติกรรมที่เป็นไปตามความคาดหวังของงานนั้นไหม

และเมื่อออเจ้าอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ คงถึงกาลที่พี่หมื่นข้างบ้านต้องขออำลา 555

แสดงความคิดเห็น
เพิ่มเพื่อน
© 2018-2019 DewHR.CO All rights reserved.

รายละเอียดหลักสูตร
ที่คุณจะได้เรียนตลอดปี

เพื่อมุ่งเน้นไปที่ความก้าวหน้าในอาชีพ

 

ผมคัดเลือกหลักสูตรต่างๆ เหล่านี้ อย่างพิถีพิถัน ว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ ที่คุณควรรู้และมีทักษะ โดยผ่านประสบการณ์ที่ผมใช้ในการคัดเลือกคนเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ ไปจนถึงตัดสินว่าใครจะได้รับการโปรโมทเลื่อนขั้น

นอกเหนือจากที่ใช้ในการคัดเลือกคนและตัดสินการโปรโมทเลื่อนขั้นแล้ว ผมยังใช้มันด้วยตัวเองเพื่อให้ก้าวหน้าจากเจ้าหน้าที่แล็ป ผ่านการเป็นพนักงานขาย แล้วมาทำงาน HR จนมาถึงตำแหน่งผู้บริหารบริษัทฯ ในทุกวันนี้ ผมเชื่อว่ามันจะทำให้คุณเห็นความก้าวหน้าของตัวเองอย่างแน่นอน ถ้าคุณเข้าเรียนกับผมไม่ว่าจะเป็นผ่านการสอนสดหรือกลับมาดูย้อนหลัง

นอกเหนือจากหลักสูตรที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน 12 ครั้งในระยะเวลา 12 เดือนนี้แล้ว ผมยังมีแถมเรื่องพิเศษเกี่ยวกับ The Growth Spiral ให้อีก 1 ครั้ง และพิเศษไปกว่านั้น คือผมจะมาตอบคำถามหรือทำการโค้ชแบบกลุ่มให้คุณแบบสดๆ ด้วย เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อเข้ามาตอบคำถามหรือเป็นที่ปรึกษาให้ทุกเดือน เพราะสำหรับโปรแกรมนี้ ผมไม่ได้คิดว่าจะมาแค่สอน แต่มันคือการเป็นพี่เลี้ยงให้พวกคุณอย่างเต็มรูปแบบ

อ่านรายละเอียดหลักสูตรด้านล่างเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย

ตอนที่ 1 รู้เป้าหมายและรู้จักจุดแข็งของตัวเอง (มี.. – มิ.. 2562)

1. Job Description, เป้าหมายในการทำงาน และการตั้ง OKRs ให้ตัวเอง

เพื่อตั้งเป้าหมายในงานของคุณให้ได้ มีแผนการทำงานที่ชัดเจนในการสร้างผลงานให้เกิดความแตกต่างจากที่ผ่านมา

2. Faces, the real you – รู้จักตัวเองแท้ๆ ข้างใน

รู้จักตัวเองก่อนในทุกด้าน เพื่อการเลือกใช้ด้านใดด้านหนึ่งในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้า

3. Coach ตัวเองได้ ด้วยการใช้ GROW model

เพื่อรู้จักหลักการ Coach ตัวเองในขั้นต้น เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการพัฒนาตัวเองในลำดับถัดไป

4. DISC กับการเข้าใจตัวเองและผู้อื่น

เพื่อเข้าใจความแตกต่างของคน และใช้ในการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจกัน

ตอนที่ 2 รู้วิธีคิดที่จะทำให้ชีวิตก้าวหน้า (.. – .. 2562)

5. Adaptive leadership – ภาวะผู้นำที่สามารถปรับตัวได้ตามสถานการณ์

เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวได้ของตัวเรา

6. Critical Thinking การคิดเชิงวิพากษ์เพื่อเข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริง

เพื่อเข้าใจวิธีคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และการนำไปใช้ในการคิดเพื่อแก้ปัญหา

7. Strategic Thinking การคิดเชิงกลยุทธ์

เพื่อสร้างกลยุทธ์ในการทำงานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

8. Developing your Decision Making – ทักษะสำคัญที่ใช้ในการตัดสินใจ

เพื่อเข้าใจวิธีการในการสร้างทางเลือกเพื่อการตัดสินใจและการวิเคราะห์ให้รอบด้าน

ตอนที่ 3 รู้วิธีทำที่จะนำมาสู่ความสำเร็จ (.. 2562 – ..2563)

9. Kaizen your job – การพัฒนางานของคุณด้วยหลัก Kaizen

เพื่อเข้าใจหลักการและการนำ Kaizen มาใช้ในการพัฒนางานของตัวเอง

10.Habits of successful people – นิสัยของผู้ประสบความสำเร็จ

เพื่อเข้าใจนิสัยต่างๆ ของคนที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำมาปรับใช้ในงานของตัวเอง

11.Branding yourself – สร้างแบรนด์ตัวคุณขึ้นมา

เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเรา ให้คนจดจำ

12.Presentation skills and Techniques – ทักษะและเทคนิคในการนำเสนองาน

เพื่อปรับปรุงทักษะและเทคนิคในการนำเสนอผลงาน

ตอนพิเศษ รู้จักแก่นของการเจริญเติบโต (จะกำหนดวันสอนในภายหลัง)

13.Growth Spiral – เกลียวของการเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ (หลักสูตรนี้แถมให้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมใช้ในการเติบโตก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้)

เพื่อเข้าใจหลักคิดและพฤติกรรมที่สำคัญที่มีส่วนให้เกิดความก้าวหน้าในการทำงาน

 

สิ่งที่อยากฝากทิ้งท้ายไว้ในตอนนี้ก็คือว่า ถ้าคุณเข้าเรียนแล้ว ไม่เห็นผลในการพัฒนา ให้ติดต่อกลับมาแล้วเราจะคืนเงินให้คุณเต็มจำนวน และถ้าใครพัฒนาตัวเองขนาดนี้แล้ว บริษัทฯ ปัจจุบันยังไม่เห็นค่า ให้ติดต่อผมมา เพราะอย่าลืมนะว่า ผมเป็น Head Hunter มาหลายปีเลยทีเดียว

ผมจะเปิดรับสมัครสมาชิกแบบ Premium นี้ในวันที่ 4 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป ในราคาที่คุณจับต้องได้ จะเป็นเท่าไหร่ขอให้รอติดตามกันอีกที ส่วนถ้าใครสนใจและอยากรู้ตอนนี้ สามารถ Inbox เข้ามาถามได้ที่ Facebook Page: Dew HR ข้างบ้าน หรือ Line@: @hrathome ได้เลย

ผมลืมบอกไป...

นอกเหนือจากนี้แล้ว มีสิ่งที่ผมเตรียมไว้ให้อีกประมาณ 2 อย่างในเบื้องต้น คือ

  1. คู่มือการสร้างความเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ ที่ผมกลั่นกรองเอาเฉพาะสูตรสำเร็จที่ผมเคยใช้มันกับตัวเองมาแล้วล้วนๆ อยากบอกว่ามันจะเป็นคู่มือที่มีชีวิต เพราะผมจะอัพเดทมันอยู่ตลอดเวลา
  2. The Book of Malasa – The Journey of ourselves หนังสือที่จะพาคุณไปค้นหาและสร้างตำนานชีวิตของคุณ ผมได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ในวันที่ผมไม่เหลือความมั่นใจในตัวเอง ทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้เลน โอนเอนไปตามกระแสที่คนรอบข้างอยากให้ทำ จนมาวันหนึ่งที่ผมได้รู้ซึ้งและเข้าใจว่า การเป็นตัวของตัวเองสำคัญอย่างไร มันก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ อ่านดูแล้วอาจจะยังไม่เชื่อ เอาไว้ผมจะมาเล่าให้คุณฟัง
  3. ส่วนอื่นๆ จะเติมมาเรื่อยๆ ตลอด เพราะผมถือว่าคุณคือสมาชิกในครอบครัวที่ผมต้องดูแลและพาคุณไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ ในฐานะของพี่ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลน้องๆ

การตัดสินใจอยู่ที่คุณแล้วล่ะครับ...

 

สมาชิก PREMIUM Coming Zoon