จัดการดราม่าด้วยหลัก “หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ”

 

คนไทยมีนิสัยดราม่า เพราะว่าเราถูกชักนำไปด้วยละครแบบไทยๆ ของเราเอง

 

ประโยคนี้คุณคิดว่าจริงหรือเท็จ

ออดออด…” หมดเวลาครับ

เพราะจริงๆ แล้ว ผมไม่ได้ต้องการคำตอบอะไรจากคุณหรอก เพราะผมกำลังชักนำคุณว่าชีวิตการทำงานของเรานั้นเต็มไปด้วยเรื่องดราม่าทั้งที่เราสร้างขึ้นเอง และถูกคนอื่นสร้างมาให้เรา ถ้าคุณไม่เชื่อ ผมอยากให้คุณลองนึกถึงสถานการณ์ต่างๆ เหล่านี้ดู

เจ้านายรับคนเข้ามาทำงานใหม่แล้วมาบอกพวกเราให้ได้รู้ว่า คนคนนี้มีความสามารถต่างๆ นานา ที่จะมาช่วยให้ทีมงานประสบความสำเร็จได้หึ เด็กเส้นอะดิ ทำมาเป็นพูดนู่นพูดนี่ ชักแม่น้ำทั้งห้า

เพื่อนร่วมงานที่เคยนั่งทำงานอยู่ข้างๆ กัน เห็นกันอยู่ทุกวัน แต่มาวันหนึ่งกลับได้รับการโปรโมทโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัวหึ วันๆ ไม่เห็นทำอะไรนอกจากจะอาศัยเวลาเข้าไปเสนอหน้ากับเจ้านาย สายเลีย 100% !!!”

ตั้งใจทำงานเต็มที่ แต่กลับกลายเป็นว่าความชั่วไม่มี ความดีไม่เคยปรากฎ จนสุดท้ายก็ต้องกลายเป็นมนุษย์เงินเดือนกลางๆ เติบโตก้าวหน้าแบบไปข้างหน้าหนึ่งก้าวถอยหลังสองก้าวแล้วเซไปข้างๆ อีกสามสี่ก้าวค่อยกลับมายืนอยู่ตรงที่เดิมอีกทีหึ อย่างที่ใครๆ ว่ากันไว้สินะ เร็วก็หาว่าล้ำหน้า ช้าก็ว่าอืดอาด พอโง่ก็ตวาด ฉลาดก็ระแวง ทำก่อนบอกไม่ได้สั่ง ทำทีหลังบอกทำไมไม่รู้จักคิด นี่แหละน้าชีวิตของคนทำงาน !!!”

เอาล่ะๆ เอาตัวอย่างแค่สามตัวอย่างให้พอหอมปากหอมคอก็น่าจะเพียงพอแล้ว อย่าให้เจ็บปวดใจไปมากกว่านี้เลย (ใครบางคนอาจกำลังคิดในใจ)

ผมว่าเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าว่าไอ้เจ้าหลักการที่ผมบอกไว้ด้วยการใช้หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจจะมาสยบเรื่องราวดราม่า วร้าย วร้าย ให้ออกไปจากชีวิตเรากันได้อย่างไร

หู ก็แค่อย่าหูเบามั้ยล่ะ ได้ยินอะไรมาก็เอามาคิดวิเคราะห์แยกแยะก่อนจะดีมั้ย ว่าไอ้เรื่องที่แค่ได้ยินมาจากปากใครที่ส่งต่อกันไปไม่รู้กี่ปากต่อกี่ปากน่ะ มันเรื่องจริงหรือเรื่องลวง ผมว่าคุณคงคุ้นเคยกับคำว่าได้ยินเขาบอกมา…” กันเป็นอย่างดี ก่อนจะเชื่อคุณลองไปตามหาตัวเป็นๆ ของเขา คนนั้นก่อนจะดีกว่ามั้ย ว่าคนคนนั้นคือใคร แล้วมีตัวจริงอยู่บนโลกใบนี้หรือเปล่า

ตาสิ่งที่เห็นเป็นอย่างที่คิด แต่ด้วยจริตของมนุษย์ธรรมดาสามัญอย่างเราๆ บางครั้งยังไม่ทันจะได้เห็นกับตา ก็พาให้ตัวเองคิดว่ามันเป็นจริงไปซะแล้ว !!! บ่อยครั้งมั้ยล่ะที่เราเชื่อโดยที่ยังไม่ได้เห็น อันนี้ต้องถามตัวเองดู แต่มีหลักการการแก้ไขปัญหาจากต้นตอของมันหลักการหนึ่งก็คือต้องไปลงพื้นที่จริง เพื่อให้เห็นกับตาคุณคิดว่าคุณได้ทำเรื่องพวกนี้ไปบ้างหรือยังเห็นกับตา !!!”

จมูก เป็นตัวสื่อถึงสัญชาตญาณอย่างหนึ่ง เพราะบางครั้งกลิ่นก็สามารถบอกอะไรเราได้เป็นอย่างดี เพียงแค่ว่าบางครั้งเราก็หลงลืมมันไป เพราะเผลอคิดไปว่าสัญชาตญาณการดมกลิ่นนั้นน่าจะเหมาะกับสัตว์มากกว่าคน แต่อย่าลืมสิว่ามนุษย์ก็เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งบนโลกใบนี้เหมือนกัน ที่เมื่อไหร่เราได้กลิ่นอะไรที่แปลกๆ เราก็มักจะมีความสงสัยเกิดขึ้น แต่มันก็อยู่ที่ว่าเราจะพาตัวเองให้ไปตามหาและทำลายความสงสัยนั้นหรือเปล่าก็เท่านั้นเอง

ลิ้น ที่จริงๆ แล้วเราคงไม่ได้ใช้ลิ้นในการสยบเรื่องดราม่าหรอก เพราะไม่อย่างนั้นเราคงถูกตีตราว่าเป็นสายเลียไปอีกหนึ่งคน แต่ที่ผมอยากจะบอกเกี่ยวกับลิ้นก็คือการใช้ลิ้นที่ต้องทำงานคู่กับปากว่าก่อนจะพูดอะไรออกไปก็น่าจะคิดอะไรให้ดีซะก่อน ปากหนักไปก็ไม่ดีเพราะจะกลายเป็นไม่กล้าถามหาความจริงเพื่อมาแก้ไขเรื่องดราม่า ปากเบาไปก็กลายเป็นพูดอะไรๆ โดยที่ไม่ค่อยคิดซึ่งอาจกลายเป็นการเติมเชื้อไฟให้กับเรื่องดราม่าไปอีก เอาเป็นว่าตรงกลางไม่หนักไม่เบาก็น่าจะดีที่สุด นั่นก็หมายถึงคิดก่อนพูดนั่นล่ะ

กายผมอยากจะบอกว่า เราน่าจะขยับกายบ้างล่ะ ก่อนที่จะเชื่อเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแบบที่มโนไปเอง เพราะในบางครั้งเราก็มักมโนว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้แน่ๆ ทั้งๆ ที่แค่ขยับกายไปหาสถานการณ์ มันอาจทำให้คุณได้พบกับความจริงในมุมมองที่แตกต่างออกไป คุณลองคิดดูเล่นๆ ก็ได้ว่าเรื่องที่คุณเคยมโนเอาไว้ มันมีความถูกต้องอยู่กี่เปอร์เซ็นต์ เอาง่ายๆ เลยก็ได้ว่า คุณเคยต่อว่าใครในคลิปที่ปล่อยผ่านกันมาทางโซเชียล แล้วหลังจากนั้นไม่นานก็มีคลิปใหม่ที่แสดงความจริงออกมาได้มากกว่าคลิปเดิม เพิ่มเติมคือคุณหน้าแหกหมอไม่รับเย็บจากการไปเมนท์ต่อว่าไปเรียบร้อยแล้วนั่นเอง

ใจ ทุกสิ่งอยู่ที่ใจ จนมีคนบอกไว้ว่ารักจะใหญ่ใจต้องนิ่งเพราะใจจะไปเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ และอารมณ์ (แบบวร้ายวร้าย) ก็จะนำพาไปให้เราไร้สติ ซึ่งหลังจากนั้นเราคงไม่มีวันจำได้ว่าได้ทำอะไรลงไป เพราะฉะนั้นสำคัญที่จิตใจที่จะต้องใช้สติสัมปชัญญะควบคุมเอาไว้ให้เกิดความนิ่งที่มากพอดั่งต้นไม้ใหญ่ยืนต้นต้านทางกระแสแรงลม ไม่ใช่ต้นหญ้าที่อ่อนไหวเพียงแค่มีลมเบาๆ พลิ้วผ่านไปก็พร้อมที่จะแกว่งไกวไปตามทิศทางลม

ผมว่าสูตรนี้ล่ะครับ ที่จะกำจัดดราม่าได้ชะงัดนัก มันเริ่มที่คนอื่นไม่ได้หรอก นอกจากเริ่มที่ตัวคุณเอง โดยเฉพาะถ้าคุณคือ HR ที่มีหน้าที่สกัดกั้นการเกิดดราม่าในองค์กร

เชื่อ หรือไม่เชื่อ” “ใช่หรือไม่ใช่ ก็ขึ้นอยู่กับการใช้หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจของคุณในการพิจารณาแล้วล่ะครับ บัยยย 

แสดงความคิดเห็น
เพิ่มเพื่อน
© 2018-2019 DewHR.CO All rights reserved.

รายละเอียดหลักสูตร
ที่คุณจะได้เรียนตลอดปี

เพื่อมุ่งเน้นไปที่ความก้าวหน้าในอาชีพ

 

ผมคัดเลือกหลักสูตรต่างๆ เหล่านี้ อย่างพิถีพิถัน ว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ ที่คุณควรรู้และมีทักษะ โดยผ่านประสบการณ์ที่ผมใช้ในการคัดเลือกคนเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ ไปจนถึงตัดสินว่าใครจะได้รับการโปรโมทเลื่อนขั้น

นอกเหนือจากที่ใช้ในการคัดเลือกคนและตัดสินการโปรโมทเลื่อนขั้นแล้ว ผมยังใช้มันด้วยตัวเองเพื่อให้ก้าวหน้าจากเจ้าหน้าที่แล็ป ผ่านการเป็นพนักงานขาย แล้วมาทำงาน HR จนมาถึงตำแหน่งผู้บริหารบริษัทฯ ในทุกวันนี้ ผมเชื่อว่ามันจะทำให้คุณเห็นความก้าวหน้าของตัวเองอย่างแน่นอน ถ้าคุณเข้าเรียนกับผมไม่ว่าจะเป็นผ่านการสอนสดหรือกลับมาดูย้อนหลัง

นอกเหนือจากหลักสูตรที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน 12 ครั้งในระยะเวลา 12 เดือนนี้แล้ว ผมยังมีแถมเรื่องพิเศษเกี่ยวกับ The Growth Spiral ให้อีก 1 ครั้ง และพิเศษไปกว่านั้น คือผมจะมาตอบคำถามหรือทำการโค้ชแบบกลุ่มให้คุณแบบสดๆ ด้วย เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อเข้ามาตอบคำถามหรือเป็นที่ปรึกษาให้ทุกเดือน เพราะสำหรับโปรแกรมนี้ ผมไม่ได้คิดว่าจะมาแค่สอน แต่มันคือการเป็นพี่เลี้ยงให้พวกคุณอย่างเต็มรูปแบบ

อ่านรายละเอียดหลักสูตรด้านล่างเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย

ตอนที่ 1 รู้เป้าหมายและรู้จักจุดแข็งของตัวเอง (มี.. – มิ.. 2562)

1. Job Description, เป้าหมายในการทำงาน และการตั้ง OKRs ให้ตัวเอง

เพื่อตั้งเป้าหมายในงานของคุณให้ได้ มีแผนการทำงานที่ชัดเจนในการสร้างผลงานให้เกิดความแตกต่างจากที่ผ่านมา

2. Faces, the real you – รู้จักตัวเองแท้ๆ ข้างใน

รู้จักตัวเองก่อนในทุกด้าน เพื่อการเลือกใช้ด้านใดด้านหนึ่งในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้า

3. Coach ตัวเองได้ ด้วยการใช้ GROW model

เพื่อรู้จักหลักการ Coach ตัวเองในขั้นต้น เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการพัฒนาตัวเองในลำดับถัดไป

4. DISC กับการเข้าใจตัวเองและผู้อื่น

เพื่อเข้าใจความแตกต่างของคน และใช้ในการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจกัน

ตอนที่ 2 รู้วิธีคิดที่จะทำให้ชีวิตก้าวหน้า (.. – .. 2562)

5. Adaptive leadership – ภาวะผู้นำที่สามารถปรับตัวได้ตามสถานการณ์

เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวได้ของตัวเรา

6. Critical Thinking การคิดเชิงวิพากษ์เพื่อเข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริง

เพื่อเข้าใจวิธีคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และการนำไปใช้ในการคิดเพื่อแก้ปัญหา

7. Strategic Thinking การคิดเชิงกลยุทธ์

เพื่อสร้างกลยุทธ์ในการทำงานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

8. Developing your Decision Making – ทักษะสำคัญที่ใช้ในการตัดสินใจ

เพื่อเข้าใจวิธีการในการสร้างทางเลือกเพื่อการตัดสินใจและการวิเคราะห์ให้รอบด้าน

ตอนที่ 3 รู้วิธีทำที่จะนำมาสู่ความสำเร็จ (.. 2562 – ..2563)

9. Kaizen your job – การพัฒนางานของคุณด้วยหลัก Kaizen

เพื่อเข้าใจหลักการและการนำ Kaizen มาใช้ในการพัฒนางานของตัวเอง

10.Habits of successful people – นิสัยของผู้ประสบความสำเร็จ

เพื่อเข้าใจนิสัยต่างๆ ของคนที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำมาปรับใช้ในงานของตัวเอง

11.Branding yourself – สร้างแบรนด์ตัวคุณขึ้นมา

เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเรา ให้คนจดจำ

12.Presentation skills and Techniques – ทักษะและเทคนิคในการนำเสนองาน

เพื่อปรับปรุงทักษะและเทคนิคในการนำเสนอผลงาน

ตอนพิเศษ รู้จักแก่นของการเจริญเติบโต (จะกำหนดวันสอนในภายหลัง)

13.Growth Spiral – เกลียวของการเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ (หลักสูตรนี้แถมให้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมใช้ในการเติบโตก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้)

เพื่อเข้าใจหลักคิดและพฤติกรรมที่สำคัญที่มีส่วนให้เกิดความก้าวหน้าในการทำงาน

 

สิ่งที่อยากฝากทิ้งท้ายไว้ในตอนนี้ก็คือว่า ถ้าคุณเข้าเรียนแล้ว ไม่เห็นผลในการพัฒนา ให้ติดต่อกลับมาแล้วเราจะคืนเงินให้คุณเต็มจำนวน และถ้าใครพัฒนาตัวเองขนาดนี้แล้ว บริษัทฯ ปัจจุบันยังไม่เห็นค่า ให้ติดต่อผมมา เพราะอย่าลืมนะว่า ผมเป็น Head Hunter มาหลายปีเลยทีเดียว

ผมจะเปิดรับสมัครสมาชิกแบบ Premium นี้ในวันที่ 4 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป ในราคาที่คุณจับต้องได้ จะเป็นเท่าไหร่ขอให้รอติดตามกันอีกที ส่วนถ้าใครสนใจและอยากรู้ตอนนี้ สามารถ Inbox เข้ามาถามได้ที่ Facebook Page: Dew HR ข้างบ้าน หรือ Line@: @hrathome ได้เลย

ผมลืมบอกไป...

นอกเหนือจากนี้แล้ว มีสิ่งที่ผมเตรียมไว้ให้อีกประมาณ 2 อย่างในเบื้องต้น คือ

  1. คู่มือการสร้างความเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ ที่ผมกลั่นกรองเอาเฉพาะสูตรสำเร็จที่ผมเคยใช้มันกับตัวเองมาแล้วล้วนๆ อยากบอกว่ามันจะเป็นคู่มือที่มีชีวิต เพราะผมจะอัพเดทมันอยู่ตลอดเวลา
  2. The Book of Malasa – The Journey of ourselves หนังสือที่จะพาคุณไปค้นหาและสร้างตำนานชีวิตของคุณ ผมได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ในวันที่ผมไม่เหลือความมั่นใจในตัวเอง ทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้เลน โอนเอนไปตามกระแสที่คนรอบข้างอยากให้ทำ จนมาวันหนึ่งที่ผมได้รู้ซึ้งและเข้าใจว่า การเป็นตัวของตัวเองสำคัญอย่างไร มันก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ อ่านดูแล้วอาจจะยังไม่เชื่อ เอาไว้ผมจะมาเล่าให้คุณฟัง
  3. ส่วนอื่นๆ จะเติมมาเรื่อยๆ ตลอด เพราะผมถือว่าคุณคือสมาชิกในครอบครัวที่ผมต้องดูแลและพาคุณไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ ในฐานะของพี่ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลน้องๆ

การตัดสินใจอยู่ที่คุณแล้วล่ะครับ...

 

สมาชิก PREMIUM Coming Zoon