สิ่งเร่งด่วนของการสมัครงาน ไม่ใช่การทำ Resume !!!

มีหลายคนถามผมอยู่บ่อยๆ ว่า…

“ถ้ายังไม่มีประสบการณ์ จะทำยังไงให้ได้รับการเรียกไปสัมภาษณ์ ?”

“อยากเปลี่ยนสายงาน จะทำยังไงให้ได้รับการเรียกไปสัมภาษณ์ ?”

“อยากเปลี่ยนงาน อยากได้งานที่ท้าทายมากขึ้น จะทำยังไงให้ได้รับการเรียกไปสัมภาษณ์ ?”

จริงๆ แล้ว ผมคิดว่าคำถามที่ถูกกว่าคำถามเหล่านั้น มันควรจะถามว่า…

“จะทำ Resume แบบไหน ที่จะทำให้บริษัทฯ อยากเรียกไปสัมภาษณ์ ?”

สำหรับผมแล้ว มันไม่เคยมีกฎตายตัวอะไร แต่สิ่งที่ผมกำลังจะบอกให้คุณไปพิจารณา คือลักษณะของ Resume ที่ผมใช้ในการส่งผู้สมัครไปให้บริษัทฯ สัมภาษณ์ในช่วงเวลาที่ผมทำหน้าที่เป็น Head Hunter ซึ่งรวมๆ แล้ว ผมน่าจะทำ Resume ไปมากกว่าหนึ่งพันคน

โฆษณาเพิ่มเติมอีกนิดคือการที่ผมมีโอกาสอ่าน Resume ของผู้สมัครตลอดระยะเวลาการเป็น Head Hunter และ HR รวมๆ แล้วน่าจะเป็นหมื่นคนในระยะเวลากว่า 10 ปี คุณจะเชื่อหรือเปล่า ผมไม่ทราบ แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่า ใน Resume ควรมีอะไรบ้าง และรูปแบบที่น่าสนใจเป็นแบบไหน ก็ขอให้ตามอ่านดู

ผมจะไม่บอกถึงเรื่องทั่วๆ ไป เพราะใครๆ ก็รู้ดีอยู่แล้ว ถ้าผมบอกไปอีกก็จะทำให้ยืดยาวและเสียเวลาจนเกินไป เริ่มเลยน่าจะดีกว่านะครับ

1. Resume คือ ใบโฆษณาขายตัวคุณ ตั้ง Mindset ให้ถูกตั้งแต่แรกจะได้เดินต่อไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นคิดไว้เสมอครับว่า Resume ไม่ใช่ประวัติส่วนตัวแบบธรรมดา เพราะมันคือ “ใบโฆษณา” ที่จะทำหน้าที่พูดแทนคุณ เพื่อที่จะบอกให้รู้ว่า “คุณมีอะไรดี และเกี่ยวกับงานที่คุณกำลังสมัครอยู่นี้อย่างไร”

2. สิ่งที่ทำให้ HR หยุดแล้วอ่าน Resume ของคุณก็คือ การใช้ภาษาง่ายๆ อย่าใช้ศัพท์อะไรที่ซับซ้อนหรือเป็นคำเฉพาะในบางกลุ่ม เช่นสูตรทางเคมีและชื่อเฉพาะทางเคมี เพราะอย่าลืมนะว่าคนที่อ่าน Resume ของคุณเป็นคนแรกคือ HR ที่อาจไม่ได้เรียนวิชาเฉพาะเหล่านี้มา ซึ่งผลลัพธ์ก็คืออ่านยาก ไม่เข้าใจ เขียนอะไรมาก็ไม่รู้ เอาเก็บไว้ก่อนน่าจะดีกว่า ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณเขียนชื่อเฉพาะหรือชื่อสารเคมีนั้น ตรงเป๊ะตามที่ระบุไว้ใน Job Description ที่เขาทำการประกาศรับสมัครงานเอาไว้ อันนั้นก็อาจมีส่วนให้ได้ลุ้นขึ้นมาหน่อย เพราะฉะนั้นคุณต้องพิจารณาด้วยตัวของคุณเองนะ

3. “บอกตัวตน จุดแข็ง ประสบการณ์” อาจทำให้ HR รู้สึกสะดุดและอยากจะเห็นหน้าคุณ เพื่อเอามาดูซิว่า สิ่งที่คุณเขียนขึ้นมาคือเรื่องแต่งหรือเรื่องจริง ข้อนี้คือสิ่งที่ผมใช้มาตลอดในตอนที่ผมทำหน้าที่เป็น Head Hunter หรือแม้กระทั่ง HR ในบริษัทฯ เพราะผมต้องทำหน้าที่เชียร์ผู้สมัครให้ได้เรียกไปรับการสัมภาษณ์นั่นเอง ซึ่งผมคิดว่าอันนี้แหละคือคีย์สำคัญ เพราะมันจะดีกว่าที่คุณแค่บอกว่า “คุณอยากมาทำงานกับเขาเพราะอะไร” เพราะคำถามในหัวของ HR แบบผมคือ “ผมต้องรู้เรื่องนี้กับคุณด้วยมั้ยว่าคุณอยากมาทำงานนี้เพราะอยากมีประสบการณ์มากขึ้นและเรียนทางด้านนี้มา” ซึ่งจริงๆ แล้ว สิ่งที่ผมอยากรู้มากกว่าคือ “คุณจะสามารถทำงานและสร้างผลงานให้ผมได้มากน้อยแค่ไหน แล้วสิ่งที่คุณมีน่ะเกี่ยวกับตำแหน่งงานนี้และบริษัทฯนี้อย่างไรต่างหาก”

4. “เกี่ยวหรือไม่เกี่ยว จะรู้ได้อย่างไร” คำตอบง่ายๆ HR แบบผมก็จะอ่านก่อนว่า งานที่คุณทำในปัจจุบันเป็นตำแหน่งอะไร ชื่อตำแหน่งตรงกับที่สมัครมาไหม ถ้าตรงก็ง่ายหน่อย แต่ถ้ายังไม่ตรง ผมก็จะเหลือบสายตาลงไปดูที่หน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งงานที่คุณทำว่าคุณเคยทำอะไรมาก่อนบ้าง ซึ่งจริงๆ แล้ว คุณสามารถทำให้เขาหยุดและอาจไม่ต้องมาอ่านตรงนี้ก็ได้ ถ้าหากคุณใส่ “สิ่งที่คุณทำและประสบความสำเร็จในตำแหน่งงานปัจจุบัน ที่มันเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่คุณกำลังสมัครอยู่นั้น” ไว้ด้านบนก่อนที่จะถึงความรับผิดชอบแบบทั่วๆ ไปในตำแหน่งงานของคุณ เพราะมันจะเป็นตัวการันตีโดยตรงว่าคุณเคยทำงานนั้นมาแล้ว และเคยสำเร็จอะไรมาบ้าง แต่ถ้าหากคุณยังไม่เคยทำงานนั้นมาก่อน ผมแนะนำให้คุณเขียนข้อ 3 ออกมาให้เจ๋งที่สุด โดยใช้หลักการ “Why How What” คือ ทำไมคุณถึงมั่นใจที่จะมาสมัครงานข้ามสายงานแบบนี้ เคยสำเร็จอะไรมาบ้างเหรอ คุณมีวิธีการในการทำงานอย่างไร ถ้าเป็นไปได้ตรงกับวัฒนธรรมหรือคุณค่าหลัก (Core Value) ของบริษัทฯ ก็จะดี และสุดท้ายคุณมีอะไรดีที่จะทำให้บริษัทฯ สนใจจนอยากจะเรียกคุณไปเจอหน้าเจอตัวแล้วคุยกันแบบตัวเป็นๆ

5. Resume ไม่จำเป็นต้องมีแค่ 1 หน้าเสมอไป แต่ขอให้มีรูปแบบที่อ่านง่ายสบายตา เพราะว่า Simpler is Smarter ได้โปรดอย่าทำแบบเขาวงกต ต้องดูซ้ายแล้วย้ายมาขวา ขึ้นบนแล้วลงล่าง เพราะเดี๋ยวมันจะกลายเป็นต้องลงไปอยู่ข้างล่างใต้โต๊ะกันพอดี

6. Resume ที่ดูน่าสนใจ คืออันที่มีประสบการณ์แบบไล่ลำดับการเติบโต จากเล็กไปใหญ่ ในแบบที่ทำให้เห็นความก้าวหน้าในอาชีพ ไม่ใช่เดี๋ยวทำตำแหน่งหัวหน้า เดี๋ยวไปทำงานแบบตัวคนเดียว เดี๋ยวว่างงาน เดี๋ยวมีงานทำ เอาจริงๆ แล้ว หัวข้อนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับ Resume แต่แค่อยากจะมาบอกว่า ทำงานที่ไหนก็ขอให้ได้เห็นการก้าวหน้าก่อนเถอะ อย่าเพิ่งก้าวกระโดดแบบเร็วเกินไป เพราะมันจะกลายเป็นว่าคุณยังไม่มีทักษะและความสำเร็จอะไรที่แท้จริง

7. เบอร์โทรติดต่อต้องให้ชัด จะให้ Line ID ก็ควรจะต้องติดต่อได้ด้วย หรือไม่ว่าช่องทางไหนก็แล้วแต่ แค่ขอให้ชัดเจนและติดต่อได้ไว้ก่อน มิเช่นนั้นอาจไม่สามารถเชิญคุณมาสัมภาษณ์ได้ ทั้งๆ ที่อยากเจอเสียใจแทบขาด !!!

8. ข้อนี้สำคัญที่สุดของที่สุด คือ ข้อมูลทุกอย่างใน Resume ต้องเป็นความจริงเท่านั้น การโกหกจะทำให้คุณอาจได้ทำงานใหม่นั้นเพียงไม่กี่วัน แล้วก็ต้องเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นคนว่างงานอีกที

โดยสรุปทั้งหมดทั้งมวลแล้ว ก่อนที่จะลงมือทำ Resume ผมอยากให้คุณรู้อยู่ 3 รู้ ดังนี้

1. รู้จักตัวเอง จุดแข็งคืออะไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เคยทำอะไรมาบ้าง อะไรที่เจ๋ง อะไรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ แล้วค่อยๆ เอาสิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่มีอยู่ในตัวคุณมาเทียบเคียงกับ Job Description ในประกาศรับสมัครงาน หน้าที่คุณมีอย่างเดียวคือต้องพยายามหาข้อมูลของตัวเองที่เกี่ยวกับงานที่กำลังสมัครให้ได้มากที่สุด บนพื้นฐานของความจริง

2. รู้งานและคุณสมบัติของตำแหน่งงาน โดยการอ่าน Job Description ในประกาศรับสมัครงานให้ละเอียด อย่าอ่านผ่านๆ หรืออ่านแค่ชื่อตำแหน่ง แต่ขอให้ทำความเข้าใจกับมันให้ดีที่สุด เพื่อที่จะได้เอาข้อมูลเหล่านั้นมาผสมผสานใน Resume ของเรา หรือที่เรียกกันแบบติดปากว่า Copy and Development เพราะว่ามันจะทำให้เกิดความเกี่ยวได้ง่ายที่สุด แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงด้วยเช่นเดียวกัน

3. รู้จักบริษัทฯ และวัฒนธรรมในการทำงาน เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานในปัจจุบันคือ “จริต” ของเราและบริษัทฯ นั้น สามารถไปกันด้วยดีมากน้อยแค่ไหน เพราะนี่มันคือตัวชี้วัดความสุขในการทำงานเลยทีเดียว เพราะการทำอะไรที่ตรงกับจริตของเรา ย่อมทำให้เกิดผลดีกับตัวเราและคนรอบข้างมากกว่า การที่จะต้องทำอะไรที่ฝืนๆ จนถึงขั้นต้อง “ดัด” ให้มันอยู่ใน “จริต” ที่ไม่ใช่ตัวเรา

ผมคิดว่าคุณคงพอจะเข้าใจและเห็นภาพแล้วล่ะว่า ก่อนที่จะสมัครงาน คุณควรคิดให้จบเสียก่อนว่ามีข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการครบ เพียงพอที่จะนำมาใช้ในการทำ Resume อย่างที่ผมว่าไว้ว่า “สิ่งเร่งด่วนที่สุดของการสมัครงาน ไม่ใช่การทำ Resume เพราะมันคือการรู้ข้อมูลที่ผมแนะนำให้รู้ก่อน แล้วค่อยมาทำ Resume เพื่อสมัครงาน เข้าใจตรงกันเนอะ”

 

คลิก! ลงทะเบียนรับตัวอย่าง Resume

 

แสดงความคิดเห็น
© 2018-2019 DewHR.CO All rights reserved.

รายละเอียดหลักสูตร
ที่คุณจะได้เรียนตลอดปี

เพื่อมุ่งเน้นไปที่ความก้าวหน้าในอาชีพ

 

ผมคัดเลือกหลักสูตรต่างๆ เหล่านี้ อย่างพิถีพิถัน ว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ ที่คุณควรรู้และมีทักษะ โดยผ่านประสบการณ์ที่ผมใช้ในการคัดเลือกคนเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ ไปจนถึงตัดสินว่าใครจะได้รับการโปรโมทเลื่อนขั้น

นอกเหนือจากที่ใช้ในการคัดเลือกคนและตัดสินการโปรโมทเลื่อนขั้นแล้ว ผมยังใช้มันด้วยตัวเองเพื่อให้ก้าวหน้าจากเจ้าหน้าที่แล็ป ผ่านการเป็นพนักงานขาย แล้วมาทำงาน HR จนมาถึงตำแหน่งผู้บริหารบริษัทฯ ในทุกวันนี้ ผมเชื่อว่ามันจะทำให้คุณเห็นความก้าวหน้าของตัวเองอย่างแน่นอน ถ้าคุณเข้าเรียนกับผมไม่ว่าจะเป็นผ่านการสอนสดหรือกลับมาดูย้อนหลัง

นอกเหนือจากหลักสูตรที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน 12 ครั้งในระยะเวลา 12 เดือนนี้แล้ว ผมยังมีแถมเรื่องพิเศษเกี่ยวกับ The Growth Spiral ให้อีก 1 ครั้ง และพิเศษไปกว่านั้น คือผมจะมาตอบคำถามหรือทำการโค้ชแบบกลุ่มให้คุณแบบสดๆ ด้วย เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อเข้ามาตอบคำถามหรือเป็นที่ปรึกษาให้ทุกเดือน เพราะสำหรับโปรแกรมนี้ ผมไม่ได้คิดว่าจะมาแค่สอน แต่มันคือการเป็นพี่เลี้ยงให้พวกคุณอย่างเต็มรูปแบบ

อ่านรายละเอียดหลักสูตรด้านล่างเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย

ตอนที่ 1 รู้เป้าหมายและรู้จักจุดแข็งของตัวเอง (มี.. – มิ.. 2562)

1. Job Description, เป้าหมายในการทำงาน และการตั้ง OKRs ให้ตัวเอง

เพื่อตั้งเป้าหมายในงานของคุณให้ได้ มีแผนการทำงานที่ชัดเจนในการสร้างผลงานให้เกิดความแตกต่างจากที่ผ่านมา

2. Faces, the real you – รู้จักตัวเองแท้ๆ ข้างใน

รู้จักตัวเองก่อนในทุกด้าน เพื่อการเลือกใช้ด้านใดด้านหนึ่งในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้า

3. Coach ตัวเองได้ ด้วยการใช้ GROW model

เพื่อรู้จักหลักการ Coach ตัวเองในขั้นต้น เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการพัฒนาตัวเองในลำดับถัดไป

4. DISC กับการเข้าใจตัวเองและผู้อื่น

เพื่อเข้าใจความแตกต่างของคน และใช้ในการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจกัน

ตอนที่ 2 รู้วิธีคิดที่จะทำให้ชีวิตก้าวหน้า (.. – .. 2562)

5. Adaptive leadership – ภาวะผู้นำที่สามารถปรับตัวได้ตามสถานการณ์

เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวได้ของตัวเรา

6. Critical Thinking การคิดเชิงวิพากษ์เพื่อเข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริง

เพื่อเข้าใจวิธีคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และการนำไปใช้ในการคิดเพื่อแก้ปัญหา

7. Strategic Thinking การคิดเชิงกลยุทธ์

เพื่อสร้างกลยุทธ์ในการทำงานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

8. Developing your Decision Making – ทักษะสำคัญที่ใช้ในการตัดสินใจ

เพื่อเข้าใจวิธีการในการสร้างทางเลือกเพื่อการตัดสินใจและการวิเคราะห์ให้รอบด้าน

ตอนที่ 3 รู้วิธีทำที่จะนำมาสู่ความสำเร็จ (.. 2562 – ..2563)

9. Kaizen your job – การพัฒนางานของคุณด้วยหลัก Kaizen

เพื่อเข้าใจหลักการและการนำ Kaizen มาใช้ในการพัฒนางานของตัวเอง

10.Habits of successful people – นิสัยของผู้ประสบความสำเร็จ

เพื่อเข้าใจนิสัยต่างๆ ของคนที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำมาปรับใช้ในงานของตัวเอง

11.Branding yourself – สร้างแบรนด์ตัวคุณขึ้นมา

เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเรา ให้คนจดจำ

12.Presentation skills and Techniques – ทักษะและเทคนิคในการนำเสนองาน

เพื่อปรับปรุงทักษะและเทคนิคในการนำเสนอผลงาน

ตอนพิเศษ รู้จักแก่นของการเจริญเติบโต (จะกำหนดวันสอนในภายหลัง)

13.Growth Spiral – เกลียวของการเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ (หลักสูตรนี้แถมให้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมใช้ในการเติบโตก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้)

เพื่อเข้าใจหลักคิดและพฤติกรรมที่สำคัญที่มีส่วนให้เกิดความก้าวหน้าในการทำงาน

 

สิ่งที่อยากฝากทิ้งท้ายไว้ในตอนนี้ก็คือว่า ถ้าคุณเข้าเรียนแล้ว ไม่เห็นผลในการพัฒนา ให้ติดต่อกลับมาแล้วเราจะคืนเงินให้คุณเต็มจำนวน และถ้าใครพัฒนาตัวเองขนาดนี้แล้ว บริษัทฯ ปัจจุบันยังไม่เห็นค่า ให้ติดต่อผมมา เพราะอย่าลืมนะว่า ผมเป็น Head Hunter มาหลายปีเลยทีเดียว

ผมจะเปิดรับสมัครสมาชิกแบบ Premium นี้ในวันที่ 4 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป ในราคาที่คุณจับต้องได้ จะเป็นเท่าไหร่ขอให้รอติดตามกันอีกที ส่วนถ้าใครสนใจและอยากรู้ตอนนี้ สามารถ Inbox เข้ามาถามได้ที่ Facebook Page: Dew HR ข้างบ้าน หรือ Line@: @hrathome ได้เลย

ผมลืมบอกไป...

นอกเหนือจากนี้แล้ว มีสิ่งที่ผมเตรียมไว้ให้อีกประมาณ 2 อย่างในเบื้องต้น คือ

  1. คู่มือการสร้างความเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ ที่ผมกลั่นกรองเอาเฉพาะสูตรสำเร็จที่ผมเคยใช้มันกับตัวเองมาแล้วล้วนๆ อยากบอกว่ามันจะเป็นคู่มือที่มีชีวิต เพราะผมจะอัพเดทมันอยู่ตลอดเวลา
  2. The Book of Malasa – The Journey of ourselves หนังสือที่จะพาคุณไปค้นหาและสร้างตำนานชีวิตของคุณ ผมได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ในวันที่ผมไม่เหลือความมั่นใจในตัวเอง ทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้เลน โอนเอนไปตามกระแสที่คนรอบข้างอยากให้ทำ จนมาวันหนึ่งที่ผมได้รู้ซึ้งและเข้าใจว่า การเป็นตัวของตัวเองสำคัญอย่างไร มันก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ อ่านดูแล้วอาจจะยังไม่เชื่อ เอาไว้ผมจะมาเล่าให้คุณฟัง
  3. ส่วนอื่นๆ จะเติมมาเรื่อยๆ ตลอด เพราะผมถือว่าคุณคือสมาชิกในครอบครัวที่ผมต้องดูแลและพาคุณไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ ในฐานะของพี่ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลน้องๆ

การตัดสินใจอยู่ที่คุณแล้วล่ะครับ...

 

สมาชิก PREMIUM Coming Zoon