หนังสือ 5 เล่ม ที่ผมแนะนำให้คุณอ่าน เพื่อการเปลี่ยนแปลงความคิด และพัฒนาชีวิตของคุณเอง

ลองเมนท์กันหน่อยดีมั้ยว่าหนังสือเล่มไหน ที่ทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น จะกี่เล่มก็ได้ เผื่อว่าจะสามารถเอาเรื่องที่ได้อ่านมาแชร์กันได้บ้าง

หรือจะทำเป็น challenge ก็ได้ แค่ tag โพสนี้ไปหาเพื่อนคุณ แล้วถามว่าหนังสือเล่มไหนที่ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีกว่าเดิม ^ ^

1 The Alchemist ขุมทรัพย์สุดปลายฝัน

เรื่องเล่าของเปาโล คูเอลญู ที่พูดถึงการเดินทางตามหาความฝันของเด็กชายนามว่าซานติอาโก ตามล่าหาขุมสมบัติที่เขาฝันถึงอยู่เป็นประจำ เขาต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากบ้านเกิด ไปในถิ่นที่เขาไม่สามารถเข้าใจอะไรได้ 100% เพราะเป็นสถานที่ใหม่ต่างภาษาต่างวัฒนธรรม ผ่านอุปสรรคต่างๆ นานา ที่พาไปจนถึงจุดสุดท้าย ว่าแท้จริงแล้วขุมทรัพย์ที่เขาฝันหา มันอยู่ที่ไหน

ผมไม่ขอเล่าเรื่องราวให้ละเอียดลงไป เพราะเกรงว่าจะไปทำลายอรรถรสของการได้รับประสบการณ์ผ่านตัวหนังสือของเปาโล

แค่อยากบอกว่าสิ่งที่ผมได้รับจากเรื่องนี้มันทำให้ผมเข้าใจการเดินทางของชีวิตมากขึ้น ว่าเราเองก็เกิดมาเพื่อตามหาขุมทรัพย์อะไรบางอย่างเช่นเดียวกัน

เรื่องเดียวที่มนุษย์ทุกคนมีเหมือนกันคือการเดินทางของชีวิต ที่ต้องเริ่มจากการรู้จักตัวเอง มีความมั่นใจในตัวเอง แล้วออกเดินทางผ่านประสบการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อจะได้รู้ว่าโลกภายนอกนั้นเป็นแบบไหน มีอะไรที่เราไม่เคยเจอบ้างมั้ย พบเจออุปสรรคบางอย่างไม่ว่าจะก้อนเล็กหรือก้อนใหญ่ แล้วต้องหาทางเอาชนะมันให้ได้เพื่อการเติบโตทั้งภายในและภายนอกของเรา เฉพาะคนที่พยายามข้ามผ่านอุปสรรคนั้นไปได้เท่านั้น ที่ชีวิตจะนำพาไปให้เจอกับโอกาสและสำเร็จได้ตามใจฝัน แต่สำหรับคนที่ยอมให้อุปสรรคเหล่านั้นทับถมพังร่างกายและจิตใจ ก็จะไม่ได้พบกับอะไรเลย แล้วก็ต้องเข้าสู่วงเวียนชีวิตเดิมแต่เป็นรอบใหม่ในการเดินทางออกหาประสบการณ์แล้วก็กลับมายอมแพ้ให้กับอุปสรรคที่ตรงจุดเดิม

2 The Old Man and The Sea เฒ่าผจญทะเล

เรื่องเล่าของเออร์เนส เฮมิงเวย์ ที่พูดถึงชายชรานามว่า ซันติอาโก ที่เคยเป็นนักหาปลามือฉมัง แต่แล้วด้วยวัยที่ล่วงเลยและร่วงโรยไป ทำให้ความสามารถในการหาปลานั้นลดน้อยถอยลง

สิ่งแรกที่เปลี่ยนไปคือกำลังกายที่ถดถอบ แต่สำหรับชายชราแล้ว กำลังใจไม่เคยเลือนหายไป

เขาพยายามพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น ว่าถึงแม้จะมีอายุอานามที่มากเหลือคณา แต่ความสามารถและฝีมือยังไม่หายไปไหน

ชายชราล่องเรือออกไป ผ่านเรื่องราวต่างๆ นานา ลอยเรืออยู่ในทะเล ด้วยความตั้งใจว่า ถ้าจับปลาไม่ได้ จะไม่มีใครคนไหนเห็นเขาล่องเรือกลับฝั่ง

เหตุการณ์ดำเนินไปเรื่อยๆ และชายชราก็ยังพยายามหาปลาอยู่เรื่อยๆ แบบนั้น จนถึงเวลาที่เขาได้สู้รบกับปลาขนาดมหึมา เขาสู้กับมันอยู่นานพอควร เอาเป็นว่าต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่หมดแรงและยอมแพ้ไปก่อนกัน แต่ความมุ่งมั่นของชายชรานั้นน่าจะมีมากกว่าปลา และเขาก็เอาชนะมันได้ในที่สุด

เขากลับขึ้นฝั่งเพื่อมาแสดงแสนยานุภาพให้คนอื่นได้รับรู้ ว่าถึงแม้อายุทางกายจะมากแค่ไหน แต่อายุทางใจไม่เคยเปลี่ยนแปลง

เขาพบเจอกับเหตุการณ์อะไรบ้าง ผมอยากให้คุณไปลองหาอ่านกันดู

แต่สำหรับผมแล้ว เรื่องนี้สอนผมให้รู้ว่า อายุทางใจ กำลังใจ และความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า จะพาให้ตัวเราผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ นานา ลงไปได้

3 Jonathan Livingston Seagull โจนาทาน ลิฟวิงสตัน นางนวล

เรื่องเล่าของริชาร์ด บาค ผู้ที่เป็นนักบินและหลงใหลในการบินที่ทำให้รู้สึกว่าเขามีอิสระ

จะมีนกนางนวลซักกี่ตัวกันเล่า ที่เอาแต่ฝึกบินโดยไม่สนใจการออกบินเพื่อหาเหยื่อมาประทังชีวิตและเติมเต็มความสมบูรณ์ให้ร่างกาย

โจนาธาน ลิฟวิงสตัน คือนกตัวนั้น ที่เอาแต่คอยฝึกบินท่าต่าง ทดลองทำการบินในแบบต่างๆ อย่างไม่ย่อท้อ จนถึงขั้นถูกขับไล่ออกจากฝูง เพราะนกตัวอื่นเข้าใจว่าเพี้ยน

ถึงแม้เหตุการณ์จะเป็นไปอย่างไร จะกระทบกระเทือนร่างกายและจิตใจของโจนาธานสักเพียงไหน มันก็ไม่เคยใส่ใจและเอากลับมาคิดให้ท้อถอย

สิ่งที่โจนาธานคิดคือทำไมต้องทำอะไรๆ ในรูปแบบเดิมๆ ตื่นเช้า ออกบิน ล่าเหยื่อ หาอาหาร กลับรัง นอนพักผ่อน เพื่อที่จะรอทำอะไรแบบเดิมๆ ในเช้าวันใหม่

เรื่องราวของโจนาธานจะเป็นแบบไหน ผมก็ยังอยากให้คุณไปลองหาอ่านดู แต่ที่รู้ๆ คือโจนาธานไม่เคยเลิกฝึกบิน และที่สำคัญมันยังได้ไปพบกับอาจารย์และการบินแบบใหม่ ที่นกนางนวลตัวไหนก็ยากจะทำตามได้ ยกเว้นว่าจะเข้าใจและเข้าถึงการบินแบบลึกซึ้งแบบนั้น

สุดท้ายจากศิษย์ก็กลายเป็นอาจารย์ เมื่อนกรุ่นชุดใหม่ แสวงหาความท้าทายด้วยการฝึกบิน และก็เป็นโจนาธานนี่แหละ ที่เป็นอาจารย์ฝึกการบินให้กับนกรุ่นเหล่านั้น

ถามว่าผมได้อะไรจากเรื่องนี้ ผมมีไม่กี่ประเด็นหรอก ถ้าจะเอาที่สำคัญๆ ก็คือ การดำเนินชีวิตของเราในตอนนี้นั้น เปรียบเหมือนโจนาธาน หรือว่านกนางนวลทั่วไป

เรายังคงตื่นเช้า ออกไปทำงาน ทำงานด้วยวิธีการเดิมๆ งานเดิมๆ แล้วกลับบ้านเพื่อรอที่จะตื่นเช้าในวันใหม่ หรือเราเป็นคนหนึ่งที่พยายามหาทางปรับปรุงวิธีการทำงานของเราขึ้นมาใหม่ ใช้วิธีการทำงานแบบใหม่ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างและดีกว่าผลงานแบบเดิมๆ

4 Bartleby บาร์เทิลบี

เรื่องเล่าจากเฮอร์แมน เมลวิลล์ ที่พูดถึงเสมียนทนายคนหนึ่งที่มีชื่อว่าบาร์เทิลบี ที่เอาจริงๆ แล้วไม่ได้มีชีวิตหวือหวาอะไร แต่เป็นไปในทางที่แปลกแยกซะมากกว่า

บาร์เทิลบี รับผิดชอบหน้าที่คัดลอกเอกสาร และทำงานอื่นๆ ตามที่ทนายจะเป็นคนสั่ง

เขาทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างแข็งขัน เขาไม่ออกไปกินข้าวข้างนอกสำนักงาน สร้างมุมทำงานส่วนตัวที่ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปยุ่งเกี่ยว แม้กระทั่งเจ้านายของเขาเอง และดูเหมือนว่าเขาจะอาศัยอยู่ในสำนักงานนั้นด้วยเลย

บาร์เทิลบี มีจุดเด่นอยู่หนึ่งข้อคือ เขามักจะบอกว่า “เขาไม่ต้องการที่จะทำมัน” สำหรับงานที่เขาคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ของเขา จนเลยเถิดไปถึงการปฏิเสธทุกอย่าง และยืนกรานที่จะใช้คำพูดอยู่แบบนั้น

“ผมไม่ต้องการที่จะทำมัน”

บาร์เทิลบี พบกับจุดจบของชีวิตในแบบที่ไม่คิดว่าจะมีใครติดตาม เพราะเขายังคงพูดประโยคเดิมนี้อยู่ในทุกๆ วัน ที่ถือว่าเป็นเรื่องตลกปนเศร้าที่ไม่มีอารมณ์จะขำขัน

“ผมไม่ต้องการที่จะทำมัน”

ผมได้เรียนรู้อะไร…

ผมว่า การที่เราเอาแต่ปฏิเสธทุกอย่าง โดยไม่คิดแม้แต่จะปรับตัวให้เข้ากันได้กับสิ่งที่ผ่านเข้ามาในปัจจุบันขณะ มันก็เหมือนกับการที่เรายอมให้บางสิ่งบางอย่างเข้ามาทำร้ายเราจนกลายเป็นคนที่ไม่เหลืออะไร เพราะฉะนั้นกับประโยคที่บาร์เทิลบีชอบพูดมันเอาไว้ คงไม่เหมาะที่จะเอามาใช้ในโลกปัจจุบัน หากว่าเราเป็นคนที่ต้องการแสวงหาความก้าวหน้าและเติบโต

5 Silence, In the Age of Noise เงียบ

เรื่องเล่าของ เออร์ลิง คักเก ชาวนอร์เวย์ผู้เป็นนักสำรวจคนแรกของโลกที่เดินกว่าแปดร้อยไมล์ไปยังขั้วโลกใต้ตามลำพัง

คักเก พูดถึงโลกในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยเสียงอยู่มากมาย จนทำให้เราหาความเงียบแทบไม่เจอ

แต่ถ้าให้คุณลองคิดทบทวนกับตัวเองให้ดีๆ ว่าเวลาที่คุณเกิดไอเดียดีๆ บางอย่างปิ๊งแวบขึ้นมาในห้วงขณะของความนึกคิด

ไอเดียนั้นมักมาในตอนที่เราอยู่กับความเงียบและได้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นระหว่างอาบน้ำ หรืออาจเป็นในตอนที่คุณกำลังสระผม แล้วคุณก็ไม่ได้คิดถึงอะไรเลย หรือมันอาจจะแวบมาในระหว่างที่คุณกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างแบบไม่ได้สนใจอะไร

มีบางคนบอกไว้ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เราจะสามารถเชื่อมต่อพลังกับจักรวาลได้ คือช่วงเวลาที่เราปล่อยตัวปล่อยใจและไม่ต้องสนใจกับสิ่งที่อยู่รอบข้าง

จังหวะนั้นล่ะ ที่เราจะสามารถซึมซับเอาพลังบางอย่างเข้ามาในร่างกายและจิตใจได้เป็นอย่างดี

ผมชอบคำคมของ พอล โกแกง ที่บอกว่า “I saw when my eye shut” ซึ่งมันทำให้ผมคิดว่า “ความเงียบที่เสียงดังที่สุด คือเสียงของความเงียบที่อยู่ในใจของตัวเรา”

ถ้าจะเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับการทำงาน ก็คงต้องบอกว่า ลองหาเวลาเงียบๆ ที่คุณจะได้อยู่กับตัวเองแบบจริงจัง เพื่อจะได้รับพลังจากจักรวาลบ้างก็ดีเหมือนกัน

แสดงความคิดเห็น
© 2018-2019 DewHR.CO All rights reserved.

รายละเอียดหลักสูตร
ที่คุณจะได้เรียนตลอดปี

เพื่อมุ่งเน้นไปที่ความก้าวหน้าในอาชีพ

 

ผมคัดเลือกหลักสูตรต่างๆ เหล่านี้ อย่างพิถีพิถัน ว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ ที่คุณควรรู้และมีทักษะ โดยผ่านประสบการณ์ที่ผมใช้ในการคัดเลือกคนเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ ไปจนถึงตัดสินว่าใครจะได้รับการโปรโมทเลื่อนขั้น

นอกเหนือจากที่ใช้ในการคัดเลือกคนและตัดสินการโปรโมทเลื่อนขั้นแล้ว ผมยังใช้มันด้วยตัวเองเพื่อให้ก้าวหน้าจากเจ้าหน้าที่แล็ป ผ่านการเป็นพนักงานขาย แล้วมาทำงาน HR จนมาถึงตำแหน่งผู้บริหารบริษัทฯ ในทุกวันนี้ ผมเชื่อว่ามันจะทำให้คุณเห็นความก้าวหน้าของตัวเองอย่างแน่นอน ถ้าคุณเข้าเรียนกับผมไม่ว่าจะเป็นผ่านการสอนสดหรือกลับมาดูย้อนหลัง

นอกเหนือจากหลักสูตรที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน 12 ครั้งในระยะเวลา 12 เดือนนี้แล้ว ผมยังมีแถมเรื่องพิเศษเกี่ยวกับ The Growth Spiral ให้อีก 1 ครั้ง และพิเศษไปกว่านั้น คือผมจะมาตอบคำถามหรือทำการโค้ชแบบกลุ่มให้คุณแบบสดๆ ด้วย เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อเข้ามาตอบคำถามหรือเป็นที่ปรึกษาให้ทุกเดือน เพราะสำหรับโปรแกรมนี้ ผมไม่ได้คิดว่าจะมาแค่สอน แต่มันคือการเป็นพี่เลี้ยงให้พวกคุณอย่างเต็มรูปแบบ

อ่านรายละเอียดหลักสูตรด้านล่างเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย

ตอนที่ 1 รู้เป้าหมายและรู้จักจุดแข็งของตัวเอง (มี.. – มิ.. 2562)

1. Job Description, เป้าหมายในการทำงาน และการตั้ง OKRs ให้ตัวเอง

เพื่อตั้งเป้าหมายในงานของคุณให้ได้ มีแผนการทำงานที่ชัดเจนในการสร้างผลงานให้เกิดความแตกต่างจากที่ผ่านมา

2. Faces, the real you – รู้จักตัวเองแท้ๆ ข้างใน

รู้จักตัวเองก่อนในทุกด้าน เพื่อการเลือกใช้ด้านใดด้านหนึ่งในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้า

3. Coach ตัวเองได้ ด้วยการใช้ GROW model

เพื่อรู้จักหลักการ Coach ตัวเองในขั้นต้น เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการพัฒนาตัวเองในลำดับถัดไป

4. DISC กับการเข้าใจตัวเองและผู้อื่น

เพื่อเข้าใจความแตกต่างของคน และใช้ในการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจกัน

ตอนที่ 2 รู้วิธีคิดที่จะทำให้ชีวิตก้าวหน้า (.. – .. 2562)

5. Adaptive leadership – ภาวะผู้นำที่สามารถปรับตัวได้ตามสถานการณ์

เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวได้ของตัวเรา

6. Critical Thinking การคิดเชิงวิพากษ์เพื่อเข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริง

เพื่อเข้าใจวิธีคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และการนำไปใช้ในการคิดเพื่อแก้ปัญหา

7. Strategic Thinking การคิดเชิงกลยุทธ์

เพื่อสร้างกลยุทธ์ในการทำงานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

8. Developing your Decision Making – ทักษะสำคัญที่ใช้ในการตัดสินใจ

เพื่อเข้าใจวิธีการในการสร้างทางเลือกเพื่อการตัดสินใจและการวิเคราะห์ให้รอบด้าน

ตอนที่ 3 รู้วิธีทำที่จะนำมาสู่ความสำเร็จ (.. 2562 – ..2563)

9. Kaizen your job – การพัฒนางานของคุณด้วยหลัก Kaizen

เพื่อเข้าใจหลักการและการนำ Kaizen มาใช้ในการพัฒนางานของตัวเอง

10.Habits of successful people – นิสัยของผู้ประสบความสำเร็จ

เพื่อเข้าใจนิสัยต่างๆ ของคนที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำมาปรับใช้ในงานของตัวเอง

11.Branding yourself – สร้างแบรนด์ตัวคุณขึ้นมา

เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเรา ให้คนจดจำ

12.Presentation skills and Techniques – ทักษะและเทคนิคในการนำเสนองาน

เพื่อปรับปรุงทักษะและเทคนิคในการนำเสนอผลงาน

ตอนพิเศษ รู้จักแก่นของการเจริญเติบโต (จะกำหนดวันสอนในภายหลัง)

13.Growth Spiral – เกลียวของการเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ (หลักสูตรนี้แถมให้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมใช้ในการเติบโตก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้)

เพื่อเข้าใจหลักคิดและพฤติกรรมที่สำคัญที่มีส่วนให้เกิดความก้าวหน้าในการทำงาน

 

สิ่งที่อยากฝากทิ้งท้ายไว้ในตอนนี้ก็คือว่า ถ้าคุณเข้าเรียนแล้ว ไม่เห็นผลในการพัฒนา ให้ติดต่อกลับมาแล้วเราจะคืนเงินให้คุณเต็มจำนวน และถ้าใครพัฒนาตัวเองขนาดนี้แล้ว บริษัทฯ ปัจจุบันยังไม่เห็นค่า ให้ติดต่อผมมา เพราะอย่าลืมนะว่า ผมเป็น Head Hunter มาหลายปีเลยทีเดียว

ผมจะเปิดรับสมัครสมาชิกแบบ Premium นี้ในวันที่ 4 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป ในราคาที่คุณจับต้องได้ จะเป็นเท่าไหร่ขอให้รอติดตามกันอีกที ส่วนถ้าใครสนใจและอยากรู้ตอนนี้ สามารถ Inbox เข้ามาถามได้ที่ Facebook Page: Dew HR ข้างบ้าน หรือ Line@: @hrathome ได้เลย

ผมลืมบอกไป...

นอกเหนือจากนี้แล้ว มีสิ่งที่ผมเตรียมไว้ให้อีกประมาณ 2 อย่างในเบื้องต้น คือ

  1. คู่มือการสร้างความเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ ที่ผมกลั่นกรองเอาเฉพาะสูตรสำเร็จที่ผมเคยใช้มันกับตัวเองมาแล้วล้วนๆ อยากบอกว่ามันจะเป็นคู่มือที่มีชีวิต เพราะผมจะอัพเดทมันอยู่ตลอดเวลา
  2. The Book of Malasa – The Journey of ourselves หนังสือที่จะพาคุณไปค้นหาและสร้างตำนานชีวิตของคุณ ผมได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ในวันที่ผมไม่เหลือความมั่นใจในตัวเอง ทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้เลน โอนเอนไปตามกระแสที่คนรอบข้างอยากให้ทำ จนมาวันหนึ่งที่ผมได้รู้ซึ้งและเข้าใจว่า การเป็นตัวของตัวเองสำคัญอย่างไร มันก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ อ่านดูแล้วอาจจะยังไม่เชื่อ เอาไว้ผมจะมาเล่าให้คุณฟัง
  3. ส่วนอื่นๆ จะเติมมาเรื่อยๆ ตลอด เพราะผมถือว่าคุณคือสมาชิกในครอบครัวที่ผมต้องดูแลและพาคุณไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ ในฐานะของพี่ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลน้องๆ

การตัดสินใจอยู่ที่คุณแล้วล่ะครับ...

 

สมาชิก PREMIUM Coming Zoon