10 เรื่องน่าเสียดาย ถ้าคุณไม่รู้จักงาน HR

“HR ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อใครในที่ทำงานหรอก เพียงแค่ว่างานของเรามันอยู่ตรงกลางเหมือนคนที่กำลังเดินข้ามหุบเขาอยู่บนเชือกเส้นเดียว สองมือถือไม้เพื่อใช้ในการทรงตัว ในขณะที่ตาก็มองไปข้างหน้า แต่ขาซ้ายขวาก็ต้องช่วยสร้างสมดุลให้กับตัวเองให้ได้มากที่สุด จะเอียงไปทางใดทางหนึ่งก็ไม่ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่ร่วงลงไป คงต้องใช้วิชาการช่วยเหลือและเอาตัวรอดด้วยตัวเอง

ฟังดูเหมือนเป็นประโยคที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อและน้อยใจ แต่ก็ต้องขออภัยที่ต้องพูดออกมาแบบจริงๆ ว่ามันคือเรื่องจริง

คำถามคือแล้วมันจะน่าเสียดายอย่างไร ถ้าเราในฐานะมนุษย์เงินเดือนไม่รู้จักงาน HR หรือไม่อยากข้องเกี่ยวหรือข้องแวะไปในสถานที่ที่บรรดา HR รวมตัวอยู่ด้วยกัน

คำตอบที่ผมอยากตอบก็คือคุณอาจจะต้องเสียดายโดยพลัน เพราะงาน HR นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารจัดการความเป็นอยู่ของคนและองค์กร

งาน HR มีหลักใหญ่อยู่ 3 อย่าง คือสรรหาพัฒนารักษาซึ่งในแต่ละอย่างจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันออกไปอีก แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวคือทำอย่างไรให้คนสามารถเติบโตไปได้พร้อมๆ กับองค์กร และในขณะเดีวกันก็คือทำอย่างไรให้องค์กรมีคนที่พร้อมสมบูรณ์ในการสร้างความก้าวหน้าให้กับองค์กร ฟังดูแล้วก็เหมือนคำถามเรื่องไก่กับไข่อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ผมคิดว่าอารัมภบทของผมอาจจะยาวเกินไปซะแล้ว เข้าเรื่องของเราเลยน่าจะดีกว่า

10 เรื่องน่าเสียดายถ้าคุณไม่รู้จักงาน HR

1.คุณอาจจะพลาดเรื่องวิธีการในการสัมภาษณ์งาน

ใครก็รู้ดีว่าหน้าที่อันหนึ่งของ HR นี้คือการคัดเลือกคนให้กับบริษัทฯ เพราะฉะนั้นถ้าคุณรู้จักและพอเข้าใจงานสรรหาของ HR อยู่บ้าง คุณก็จะรู้ว่าจุดหลักที่ใช้ในการคัดเลือกคนเข้าทำงานกับองค์กรคืออะไรบ้าง อย่างน้อยคุณก็จะได้เอาไปใช้เวลาที่คุณต้องไปสัมภาษณ์งาน

2.คุณอาจจะพลาดเรื่องของการต่อรองเงินเดือน

หลังจากสัมภาษณ์กันไปแล้ว งานต่อไปของ HR ก็คือการว่าจ้างที่ต้องมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ของผู้สมัคร HR มีโครงสร้างเงินเดือนแบบไหน อะไรให้ได้ อะไรให้ไม่ได้ อะไรขอเพิ่มพิเศษได้ นี่แหละที่ HR จะรู้ แล้วลองคิดดูสิว่าถ้าคุณรู้ด้วย คุณจะสามารถพูดภาษาเดียวกันกับ HR แล้วได้ข้อเสนอที่ดีกว่าหรือไม่

3.คุณอาจจะพลาดเรื่องวัฒนธรรมการทำงานขององค์กร

การคัดเลือกคนเป็นกระบวนการที่เรียกได้ว่าสั้นมาก เพราะภายในเวลาไม่กี่เดือน HR และหัวหน้างานก็ต้องตัดสินใจคัดเลือกใครที่ถูกสัมภาษณ์ไปแล้วเข้าทำงาน ซึ่งถือว่ามันยังไม่จบกระบวนการไปซะทีเดียว เพราะยังมีช่วงที่เรียกว่าทดลองงานอีกที่เรายังต้องเข้าไปฝ่าฟันว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านการทดลองงาน และตรงนี้แหละที่เราควรจะรู้ว่าบริษัทฯ มีเกณฑ์อะไรบ้างที่ใช้ในการตัดสินการผ่านทดลองงาน ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องงานแล้วก็คงเป็นเรื่องของวัฒนธรรมการทำงานที่เราจะถูกประเมินว่าเข้ากันได้กับวัฒนธรรมในการทำงานขององค์กรหรือไม่นั่นเอง

4.คุณอาจจะพลาดเรื่องเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ

ใครๆ ล้วนอยากเติบโตก้าวหน้าได้ในอาชีพการงาน แต่จะมีใครบ้างหรือบริษัทไหนบ้างที่จะบอกแบบตรงๆ ว่าคุณจะก้าวหน้าไปได้ในทางไหน HR คือส่วนงานหนึ่งที่จะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการวางแผนเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพให้กับพนักงานร่วมกับหัวหน้างาน ดังนั้นการที่คุณไม่รู้จักงาน HR คุณก็อาจจะพลาดที่จะรู้ว่าคุณสามารถก้าวหน้าไปทางไหนได้บ้าง

5.คุณอาจจะพลาดเรื่องการวางแผนเกี่ยวกับเงินเดือน

เรื่องเงินเดือนคือเรื่องความลับภายในที่ทำงาน ชนิดที่ว่าถ้าใครเอามันมาป่าวประกาษบอกกันอาจโดนลงโทษถึงขั้นสถานหนักได้ แต่ในฐานะที่เราเป็นมนุษย์เงินเดือน เราเองก็ย่อมอยากรู้ว่าเงินเดือนของเราอยู่ตรงจุดไหน จะขึ้นไปได้อีกไกลแค่ไหนหรือจะเงินเดือนเข้าใกล้คำว่าตันแล้วหรือเปล่า เรื่องเหล่านี้ล่ะที่ HR จะรู้และจะช่วยสามารถวางแผนกับหัวหน้างานหรือแม้กระทั่งกับพนักงานให้รีบดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อไม่ให้ไปถึงจุดที่เงินเดือนตัน

6.คุณอาจจะพลาดเรื่องของการประเมินผลงาน

การทำงานย่อมควบคู่อยู่กับการประเมินผลงาน เพราะองค์กรจ้างเราให้เข้ามาทำงานเพื่อสร้างผลงานแลกกันกับค่าจ้างหรือเงินเดือนที่มีให้กับเรา ดังนั้นการรู้ว่าสถานที่ที่ทเราทำงานอยู่ด้วยนั้นมีเกณฑ์การประเมินผลงานแบบไหน ให้ความสำคัญกับจุดไหนมากกว่ากัน ย่อมทำให้เราสามารถวางแผนจัดการงานที่ทำของเราได้เป็นอย่างเ ก็เพื่อที่จะไม่ต้องมีปัญหาเวลาที่ผลของการประเมินผลงานกับการทุ่มเททำงานไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันนั่นเอง

7.คุณอาจจะพลาดเรื่องการเลื่อนขั้นของตำแหน่งงาน

สืบเนื่องจากเรื่องของการประเมินผลงานก็คือการที่เราจะได้รับการโปรโมทเลื่อนขั้น หรือการที่เราจะได้ถูกเลือกให้เป็นคนสำคัญของบริษัทฯ หรือเปล่า เรื่องนี้ HR เกี่ยวเต็มๆ เพราะว่าเกณฑ์โดยส่วนใหญ่จะถูกสร้างออกมาจาก HR เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมมากที่สุด ดังนั้นถ้าอยากรู้ว่าคนแบบไหนถึงจะได้โปรโมท คนแบบไหนที่จะเป็นคนที่ถูกเลือก คุณก็เลยต้องรู้จักงาน HR หรือคนที่ทำงาน HR นั่นเอง

8.คุณอาจจะพลาดเรื่องการคัดสรรผู้สืบทอดตำแหน่งงาน

จริงๆ แล้วก่อนที่จะคัดสรรผู้สืบทอดตำแหน่งงานนั้น มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผ่านการพิจารณาคัดเลือกให้เข้าไปอยู่ใน Talent Pool ซะก่อน แล้วจะใครล่ะที่เป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์เรื่องการคัดเลือกคนเหล่านั้น ถ้าไม่ใช่ HR อีกนั่นแหละ หลักๆ ในเกณฑ์ที่ใช้เลือก Talent ก็จะเป็นจำพวกผลงานในอดีตที่ผ่านมา และพฤติกรรมหรือความสามารถบางอย่างที่เป็นประโยชน์ในการนำองค์กรไปสู่อนาคต ผมเลยอยากจะบอกว่าถ้าคุณรู้จักงาน HR คุณก็จะรู้เกณฑ์ต่างๆ เหล่านี้นี่แหละ

9.คุณอาจจะพลาดเรื่องของการปฏิบัติงานและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

เรื่องนี้จะว่าไปเหมือนจะไม่สำคัญ แต่ในบางครั้งบางวันมันก็กลายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณได้เลย เพราะเรื่องเกี่ยวกับระเบียบต่างๆ ข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับการจ้างงาน ไม่มีใครรู้รายละเอียดได้ดีเท่ากับ HR แล้วล่ะ เพราะฉะนั้นถ้าคุณอยากรู้ว่าสิ่งไหนทำแล้วเป็นประโยชน์ สิ่งไหนทำแล้วเป็นโทษ คุณก็เลยต้องรู้จักงาน HR

10.คุณอาจจะพลาดเรื่องที่ว่า HR ก็เป็นงานที่น่ารู้จักอีก 1 งาน

จริงๆ แล้วเริ่มมีแนวคิดแล้วว่าหัวหน้างานในแต่ละระดับชั้นควรรู้จักงาน HR เพราะหน้าที่ของหัวหน้าที่นอกเหนือไปจากการบริหารจัดการผลงานแล้วก็คือการบริหารจัดการคน บางที่ถึงขั้นมีข้อกำหนดออกมาว่าถ้าคุณต้องการเติบโตก้าวหน้าเป็นผู้บริหารระดับสูง คุณต้องไปทำงาน HR มาก่อน ถึงจะมีคุณสมบัติเพรียบพร้อมทุกประการ และถ้าเอาเข้าจริงๆ แล้ว เมื่อคุณทำงานมาได้ซักระยะเวลาหนึ่ง คุณจะรับรู้ได้เลยว่าเรื่องของการจัดการกับเนื้องานหรือผลงาน มันไม่ได้ยากเท่ากับเรื่องของการจัดการกับคน และนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่คุณน่าจะรู้จักงาน HR เพราะมันจะทำให้คุณได้เปรียบกว่าคนที่ไม่รู้จักไปอย่างน้อยก้าวนึง

คุณอาจไม่ต้องเชื่อเรื่องที่ผมเขียนทั้งหมดก็ได้ แต่อยากให้คุณลองอ่านแบบพิจารณาดูซักหน ก็เผื่อว่าคุณจะมีความคิดบางอย่างเกิดขึ้นในตัวคุณก็เท่านั้นเอง

ส่วนถ้าใครที่อยากรู้จักงาน HR ในภาษาแบบง่ายๆ บ้านตามสไตล์ HR ข้างบ้านแบบผม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพื่อลงเรียนวิชา HR Mastery ที่จะพาคุณไปรู้จักงาน HR ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการได้เลยครับ



แสดงความคิดเห็น
เพิ่มเพื่อน
© 2018-2019 DewHR.CO All rights reserved.

รายละเอียดหลักสูตร
ที่คุณจะได้เรียนตลอดปี

เพื่อมุ่งเน้นไปที่ความก้าวหน้าในอาชีพ

 

ผมคัดเลือกหลักสูตรต่างๆ เหล่านี้ อย่างพิถีพิถัน ว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ ที่คุณควรรู้และมีทักษะ โดยผ่านประสบการณ์ที่ผมใช้ในการคัดเลือกคนเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ ไปจนถึงตัดสินว่าใครจะได้รับการโปรโมทเลื่อนขั้น

นอกเหนือจากที่ใช้ในการคัดเลือกคนและตัดสินการโปรโมทเลื่อนขั้นแล้ว ผมยังใช้มันด้วยตัวเองเพื่อให้ก้าวหน้าจากเจ้าหน้าที่แล็ป ผ่านการเป็นพนักงานขาย แล้วมาทำงาน HR จนมาถึงตำแหน่งผู้บริหารบริษัทฯ ในทุกวันนี้ ผมเชื่อว่ามันจะทำให้คุณเห็นความก้าวหน้าของตัวเองอย่างแน่นอน ถ้าคุณเข้าเรียนกับผมไม่ว่าจะเป็นผ่านการสอนสดหรือกลับมาดูย้อนหลัง

นอกเหนือจากหลักสูตรที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน 12 ครั้งในระยะเวลา 12 เดือนนี้แล้ว ผมยังมีแถมเรื่องพิเศษเกี่ยวกับ The Growth Spiral ให้อีก 1 ครั้ง และพิเศษไปกว่านั้น คือผมจะมาตอบคำถามหรือทำการโค้ชแบบกลุ่มให้คุณแบบสดๆ ด้วย เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อเข้ามาตอบคำถามหรือเป็นที่ปรึกษาให้ทุกเดือน เพราะสำหรับโปรแกรมนี้ ผมไม่ได้คิดว่าจะมาแค่สอน แต่มันคือการเป็นพี่เลี้ยงให้พวกคุณอย่างเต็มรูปแบบ

อ่านรายละเอียดหลักสูตรด้านล่างเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย

ตอนที่ 1 รู้เป้าหมายและรู้จักจุดแข็งของตัวเอง (มี.. – มิ.. 2562)

1. Job Description, เป้าหมายในการทำงาน และการตั้ง OKRs ให้ตัวเอง

เพื่อตั้งเป้าหมายในงานของคุณให้ได้ มีแผนการทำงานที่ชัดเจนในการสร้างผลงานให้เกิดความแตกต่างจากที่ผ่านมา

2. Faces, the real you – รู้จักตัวเองแท้ๆ ข้างใน

รู้จักตัวเองก่อนในทุกด้าน เพื่อการเลือกใช้ด้านใดด้านหนึ่งในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้า

3. Coach ตัวเองได้ ด้วยการใช้ GROW model

เพื่อรู้จักหลักการ Coach ตัวเองในขั้นต้น เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการพัฒนาตัวเองในลำดับถัดไป

4. DISC กับการเข้าใจตัวเองและผู้อื่น

เพื่อเข้าใจความแตกต่างของคน และใช้ในการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจกัน

ตอนที่ 2 รู้วิธีคิดที่จะทำให้ชีวิตก้าวหน้า (.. – .. 2562)

5. Adaptive leadership – ภาวะผู้นำที่สามารถปรับตัวได้ตามสถานการณ์

เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวได้ของตัวเรา

6. Critical Thinking การคิดเชิงวิพากษ์เพื่อเข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริง

เพื่อเข้าใจวิธีคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และการนำไปใช้ในการคิดเพื่อแก้ปัญหา

7. Strategic Thinking การคิดเชิงกลยุทธ์

เพื่อสร้างกลยุทธ์ในการทำงานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

8. Developing your Decision Making – ทักษะสำคัญที่ใช้ในการตัดสินใจ

เพื่อเข้าใจวิธีการในการสร้างทางเลือกเพื่อการตัดสินใจและการวิเคราะห์ให้รอบด้าน

ตอนที่ 3 รู้วิธีทำที่จะนำมาสู่ความสำเร็จ (.. 2562 – ..2563)

9. Kaizen your job – การพัฒนางานของคุณด้วยหลัก Kaizen

เพื่อเข้าใจหลักการและการนำ Kaizen มาใช้ในการพัฒนางานของตัวเอง

10.Habits of successful people – นิสัยของผู้ประสบความสำเร็จ

เพื่อเข้าใจนิสัยต่างๆ ของคนที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำมาปรับใช้ในงานของตัวเอง

11.Branding yourself – สร้างแบรนด์ตัวคุณขึ้นมา

เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเรา ให้คนจดจำ

12.Presentation skills and Techniques – ทักษะและเทคนิคในการนำเสนองาน

เพื่อปรับปรุงทักษะและเทคนิคในการนำเสนอผลงาน

ตอนพิเศษ รู้จักแก่นของการเจริญเติบโต (จะกำหนดวันสอนในภายหลัง)

13.Growth Spiral – เกลียวของการเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ (หลักสูตรนี้แถมให้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมใช้ในการเติบโตก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้)

เพื่อเข้าใจหลักคิดและพฤติกรรมที่สำคัญที่มีส่วนให้เกิดความก้าวหน้าในการทำงาน

 

สิ่งที่อยากฝากทิ้งท้ายไว้ในตอนนี้ก็คือว่า ถ้าคุณเข้าเรียนแล้ว ไม่เห็นผลในการพัฒนา ให้ติดต่อกลับมาแล้วเราจะคืนเงินให้คุณเต็มจำนวน และถ้าใครพัฒนาตัวเองขนาดนี้แล้ว บริษัทฯ ปัจจุบันยังไม่เห็นค่า ให้ติดต่อผมมา เพราะอย่าลืมนะว่า ผมเป็น Head Hunter มาหลายปีเลยทีเดียว

ผมจะเปิดรับสมัครสมาชิกแบบ Premium นี้ในวันที่ 4 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป ในราคาที่คุณจับต้องได้ จะเป็นเท่าไหร่ขอให้รอติดตามกันอีกที ส่วนถ้าใครสนใจและอยากรู้ตอนนี้ สามารถ Inbox เข้ามาถามได้ที่ Facebook Page: Dew HR ข้างบ้าน หรือ Line@: @hrathome ได้เลย

ผมลืมบอกไป...

นอกเหนือจากนี้แล้ว มีสิ่งที่ผมเตรียมไว้ให้อีกประมาณ 2 อย่างในเบื้องต้น คือ

  1. คู่มือการสร้างความเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ ที่ผมกลั่นกรองเอาเฉพาะสูตรสำเร็จที่ผมเคยใช้มันกับตัวเองมาแล้วล้วนๆ อยากบอกว่ามันจะเป็นคู่มือที่มีชีวิต เพราะผมจะอัพเดทมันอยู่ตลอดเวลา
  2. The Book of Malasa – The Journey of ourselves หนังสือที่จะพาคุณไปค้นหาและสร้างตำนานชีวิตของคุณ ผมได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ในวันที่ผมไม่เหลือความมั่นใจในตัวเอง ทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้เลน โอนเอนไปตามกระแสที่คนรอบข้างอยากให้ทำ จนมาวันหนึ่งที่ผมได้รู้ซึ้งและเข้าใจว่า การเป็นตัวของตัวเองสำคัญอย่างไร มันก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ อ่านดูแล้วอาจจะยังไม่เชื่อ เอาไว้ผมจะมาเล่าให้คุณฟัง
  3. ส่วนอื่นๆ จะเติมมาเรื่อยๆ ตลอด เพราะผมถือว่าคุณคือสมาชิกในครอบครัวที่ผมต้องดูแลและพาคุณไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ ในฐานะของพี่ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลน้องๆ

การตัดสินใจอยู่ที่คุณแล้วล่ะครับ...

 

สมาชิก PREMIUM Coming Zoon