10 เหตุผลที่ทำให้การวางแผนความก้าวหน้าในอาชีพไม่สามารถทำได้จริง

จะว่าไปแล้วเรื่องนี้มันก็เหมือนไม้เบื่อไม้เมากับพวกเราคนทำงานกินเงินเดือนเหมือนกันนะ ที่บางครั้งเราก็คิดว่าหัวหน้าต้องรู้สิว่าลูกน้องต้องการแบบไหน ตัวเองเป็นหัวหน้ามาได้ก็เพราะได้โอกาสจากใครบางคนมาก่อนไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงไม่ค่อยสนใจใยดีวางแผนความก้าวหน้าในอาชีพให้กับลูกน้องบ้างเล่า

ส่วนหัวหน้าก็อาจจะกำลังคิดว่าร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นคิดเรื่องพวกนี้ มิหนำซ้ำงานที่ให้ไปทำบางงานที่อยากให้แสดงฝีมือก็กลับไม่ยอมทำให้เกิดขึ้นจริงอีกต่างหาก แล้วจะเอาข้อมูลอะไรไปคุยกับเจ้านายให้ได้เล่าว่าอยากจะโปรโมทเราให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีก 1 ขั้น

ครั้นฝ่ายเจ้านายสูงสุดบางกลุ่มบางที่ก็มีท่าทีที่มองว่าการเลื่อนขั้นหรือแม้แต่กระทั่งการขึ้นเงินเดือนมันคือต้นทุนที่ต้องแลกมากับเรื่องใดเรื่องหนึ่งถึงจะคุ้มทุนซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย เพราะฉะนั้นถ้าอยากได้อะไรที่เพิ่มขึ้นก็คงต้องทำหรือมีผลลัพธ์อะไรที่เพิ่มขึ้นด้วยจะได้รู้ว่ามันคุ้มค่ากันหรือเปล่า

ส่วนฝ่าย HR ที่ทำหน้าที่อยู่ตรงกลางคอยประสานให้กับทุกฝ่ายได้เข้าใจอะไรไปในทิศทางเดียวกัน ก็ต้องพยายามสร้างเกณฑ์บางอย่างเพื่อให้การตัดสินใจทำอะไรลงไปนั้น มันมีความโปร่งใสและเป็นธรรมและไม่เป็นตัวนำให้เกิดความต่อต้าน อิจฉา หรือถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติดในหมู่พนักงาน

นี่ขนาดผมพิมพ์ไปคิดไปนี่ยังคิดว่า โห ทำไมมันดูยุ่งยากอะไรจะปานนั้นกันเนี่ย เอาเป็นว่าเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าก็แล้วกัน ผมจัดมันมาเป็นข้อๆ ให้คุณแล้วล่ะ ว่าทำไมเราถึงคิดว่าการวางแผนความก้าวหน้าในอาชีพไม่สามารถทำได้จริง

1.เด็กเส้นไง เพราะค่าของคน อยู่ที่เป็นคนของใคร

ผมคิดว่าประเด็นนี้น่าจะมาแรงเป็นอันดับหนึ่งชนิดที่ไม่ต้องแซงทางโค้ง เพราะนำโด่งมาตั้งแต่ตอนเริ่มวิ่ง เพราะมันต้องมีแน่ๆ กับพวกเด็กเส้นพวกนี้ มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอกที่คนอย่างเราที่ก้มหน้าก้มตาทำงานแบบเต็มที่แล้ว ทำผลงานนู่นนี่นั่นก็แล้ว แต่ไม่เคยได้รับการพิจารณาให้เลื่อนขั้นกับเขาซักที หรืออาจจะมีแหละที่เราไม่ใช่คนสนิทของหัวหน้าไง เราไม่ค่อยได้เข้าไปคุยอะไรเท่าไหร่กับหัวหน้า มันก็เลยทำให้ความใกล้ชิดไม่มีแล้วก็เลยเป็นผลให้ความดีมันไม่เคยปรากฎ แล้วนี่สรุปแล้วเราเป็นคนของใครกันแน่นะ

2.หัวหน้าไม่สนับสนุน

สืบเนื่องจากหัวข้อแรก พอไม่ใกล้ชิดกับหัวหน้า ไม่เคยคุยเล่นกับหัวหน้า เหมือนแค่มาทำงานกันไปเท่านั้น เลิกงานแล้วก็แล้วกัน ต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ หัวหน้าชวนไปไหนก็ไม่ไป ก็เพราะว่ามันไม่ค่อยสะดวกซักเท่าไหร่น่ะ ไปก็ต้องไปนั่งแบบตัวเล็กๆ ลีบๆ เกร็งๆ อีก ทำอะไรก็ไม่ค่อยถนัด จะคุยจะพูดอะไรก็คิดไม่ค่อยออก รู้เรื่องเดียวว่าถ้าคุยเรื่องงานกันนะผ่านฉลุยแน่ ก็บอกแล้วไงว่าตั้งใจมาทำงาน ไม่ได้คิดว่าความใกล้ชิดกับหัวหน้าจะมามีความเกี่ยวข้องอะไรกับการเติบโตก้าวหน้าในหน้าที่การงานนี่นา หรือว่าไม่จริง

3.ไม่มี career path ในองค์กรอย่างแท้จริง

ตั้งแต่เริ่มทำงานที่นี่มา ยังไม่เคยเห็นเลยแม้แต่นิดว่าจะมีเส้นทางความก้าวหน้าและเติบโตในหน้าที่การงาน ก็เห็นแต่ละคนทำงานในหน้าที่ของตัวเองมาโดยตลอด มิหนำซ้ำก็ไม่เห็นว่าหัวหน้าจะขยับขยายไปไหนซักที ครั้นจะไปถาม HR ก็คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรมาให้ดูได้อย่างชัดเจนหรอก เรื่องแบบนี้มันน่าจะเป็นความลับมั้ง ใครเค้าจะเอามาบอกกันล่ะ ไม่อย่างนั้นก็รู้หมดสิว่าจะโตได้หรือไม่ได้ ดูแล้วมันคงไม่มีอะไรแน่ๆ ไม่มีหรอก career path น่ะ

4.คิดว่าเป็นไปไม่ได้

องค์กรก็เหมือนปิรามิด ฐานด้านล่างใหญ่ ข้างบนเหลือเป็นมุมอยู่นิดเดียว มันยากเกินไปที่จะเติบโตได้จากฐานล่างเพื่อขึ้นไปอยู่บนยอดแบบนั้น มันไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะที่เห็นเห็นกันอยู่ส่วนใหญ่คือพอคนที่อยู่ข้างบนลาออกไป ก็เห็นใช้วิธีการหาคนใหม่เข้ามาเติมทุกที คนที่อยู่ข้างในนี้มันไม่มีสิทธิ์หรอก

5.วิธีการในการพิจารณาเลื่อนขั้นไม่โปร่งใส

ไม่เคยเห็นเกณฑ์อะไรในการพิจารณาการเลื่อนขั้นเลยนี่นา อะไรนะ เรื่องผลงานที่ผ่านมางั้นเหรอ แล้วใช้กี่ปีกันล่ะ แล้วนอกจากผลงาน ยังจะมีเรื่องอะไรอีกมั้ยล่ะ อ๋อ เรื่องของทักษะและความสามารถต่างๆ ในการทำงานงั้นเหรอ แล้วมันมีอะไรบ้างล่ะ ที่บริษัทฯ จะเอามาใช้ในการประเมินเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง อ่าวเหรอ ก็ตามเกณฑ์การประเมินผลประจำเดือน ประจำไตรมาส ประจำปีนั่นน่ะเหรอ ทำไมไม่เคยเห็นใครบอกกันบ้างเลย แล้วจะมีใครรู้บ้างมั้ยเนี่ยว่าถ้าจะเลื่อนขั้นแต่ละที บริษัทฯ ใช้เกณฑ์แบบไหนมาประเมิน บอกแล้วไงที่ว่าการพิจารณาการเลื่อนขั้นมันไม่โปร่งใส นี่ไงเห็นชัดหรือยัง

6.ต้องการเห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว

3 ปี งั้นเหรอ นานไปหน่อยนะ เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็ต้องเร็วๆ ไวๆ เข้าว่าสิ มีแบบหลักสูตรเร่งรัดให้เลื่อนขั้นได้ภายใน 1 ปี หรือ 6 เดือนบ้างมั้ยล่ะ ช้าไปมันไม่ทันการณ์ ขนาดเรียนปริญญาโทเดี๋ยวนี้ยังมีหลักสูตรที่จบได้ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนเลย อยากได้แบบเร็วๆ น่ะ ถ้ามีก็ช่วยแนะนำกันมาบ้างนะ จะได้เปลี่ยนสายงานไปทำงานนั้นน่าจะดีกว่า มันจะได้ตอบโจทย์ชีวิตของเราน่ะนะ

7.มีระบบโควต้าและระบบอาวุโสในองค์กร

อยู่ๆ ไปน่าจะดีกว่านะ สำหรับที่นี่ เพราะเห็นแต่ละคนที่อยู่มานี่อยู่กันมาได้อย่างยาวนานกันเลยทีเดียว แล้วก็ค่อยๆ ปรับขึ้นกันไป ปีละคนสองคน ก็เรียงกันไปตามอายุงานนี่แหละ ใครเข้าก่อนได้ก่อน ใช้หลักการแบบ First In First Out ไง จะได้ไม่ต้องมีปัญหาอะไรต่อกัน แต่ก็ไม่เป็นไรนะ ไม่คิดมาก รอได้ สบายๆ

8.เป็นงานที่สร้างผลงานได้ยาก

งานที่ทำอยู่นี่มันยากน่ะ กว่าจะทำสำเร็จทีนึงก็ยาก แถมผลงานก็เป็นแบบทีมอีกต่างหาก ไม่ใช่แบบรายบุคคล แล้วจะให้สร้างผลงานอย่างนั้นเหรอ ก็บอกแล้วไงว่ามันยากและไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียวไง แล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า ไม่เอาหรอก ผลงานมันยากเกินไป เอาตัวอื่นมาเป็นตัวชี้วัดได้มั้ยจะได้รู้สึกว่ามันเป็นธรรมและพอที่จะทำให้เกิดขึ้นจริงได้น่ะ

9.ผู้บริหารไม่เคยสนใจในผลงาน

ผู้บริหารไม่เคยลงมาดูเลยว่าผลงานเรามีอะไรบ้าง ครั้นจะไปนำเสนอต่อหน้าก็กลัวว่าหัวหน้าจะบอกว่าข้ามหน้าข้ามตาจนเกินไป เวทีอะไรก็ไม่มีให้ไปแสดง แต่พอมีขึ้นมาเราก็มักไม่ถูกคัดเลือกให้ไปแสดงต่อหน้าผู้บริหารซักเท่าไหร่ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหัวหน้าไม่ไว้ใจเราหรือเปล่า เราคยนำเสนอต่อหน้าหัวหน้างานไปครั้งนึง ตอนนั้นเราเตรียมตัวไม่ค่อยดี เลยพูดไปสั่นไป มันก็เลยกลายเป็นฝันร้ายที่ติดตัวเรามาจนถึงทุกวันนี้ พอจะไปนำเสนอผลงานแต่ละทีนี่มือเย็นฉียบและยังสั่นไม่หายเลย

10.ไม่มีพี่เลี้ยง

ไม่มีใครเคยสอน ไม่มีใครเคยบอกเลยว่าจะก้าวหน้าได้ต้องทำยังไงบ้าง ครั้นจะไปถามคนอื่นก็กลัวว่าเค้าจะว่าว่าเรามันทะเยอทะยานเกินไป เป็นคนมาใหม่ก็ต้องรอก่อนสิ จะมาแซงหน้าคนเก่าไปได้อย่างไร หัวหน้าก็ไม่ค่อยอยู่ให้ปรึกษา แล้วพอจะเข้าไปคุยกับหัวหน้ามากๆ เพื่อนรอบข้างก็มาเพ่งเล็งอีกว่าเราเข้าหาหัวหน้าเพราะต้องการประจบประแจงเสียแข้งเลียขาเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งที่สูงขึ้น แล้วแบบนี้จะให้เราทำยังไงดีเล่า

สารภาพตามตรงว่าพิมพ์เรื่องนี้มาด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านภายในใจล้วนๆ เลย จะมีใครรู้สึกเหมือนผมอยู่บ้างมั้ย

สารภาพจากใจอีกครั้งว่า การพิมพ์แบบนี้ออกมาเค้าเรียกว่าการระดมสมองแบบย้อนกลับคือเมื่อเราหาข้อดีให้กับบางเรื่องไม่ได้ มันยากเกินไ ก็ใช้วิธีการระดมสมองเพื่อหาข้อด้อยหรือข้อตรงข้ามมันไปซะเลยง่ายดี ส่วนวิธีการที่ดีนั้นคือ เราต้องเอาแต่ละข้อที่เราคิดว่ามันไม่ดี มาคิดย้อนกลับอีกครั้ง ว่าถ้าจะทำให้มันดีและเกิดขึ้นจริงได้ เราควรจะต้องทำแบบไหน ก็เพราะตอนนี้เรารู้แล้วไงว่าถ้าเราทำแบบนี้หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนี้ มันก็จะต้องเป็นไปแบบนี้ กับการที่ไม่มีความเติบโตก้าวหน้า ดังนั้นถ้าอยากให้ความเติบโตก้าวหน้าในอาชีพมันเกิดขึ้นมาได้จริงก็แค่ทำตรงข้ามกับสิ่งที่ผมพิมพ์มาก็เท่านั้นเอง

ตอนนี้ถ้าใครกำลังมองหาพี่เลี้ยงเพื่อสร้างความเติบโตก้าวหน้าให้เกิดขึ้นมาได้จริงๆ ผมรับเป็นพี่เลี้ยงให้คุณอยู่ครับ และถ้าคุณอยากรู้ว่าผมเคยทำมันมาได้จริงๆ มั้ย ขออนุญาตบอกแบบสั้นๆ ง่ายๆ ว่าผมเริ่มงานแรกด้วยการเป็นเจ้าหน้าที่ในห้องแล็ปปฏิบัติการ ผ่านมาหลายงาน จนเคยมาเป็นผู้จัดการ HR และตอนนี้ทำงานในหน้าที่ผู้จัดการโรงงานอยู่ครับ ก็เลยคิดว่าน่าจะช่วยคุณได้บ้างล่ะ รายละเอียดเป็นแบบไหน ตามไปดูได้ที่นี่ครับ

หลักสูตรสำหรับสมาชิกพรีเมี่ยม
เพื่อการพัฒนาตัวเองและองค์กร ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน



แสดงความคิดเห็น
© 2018-2019 DewHR.CO All rights reserved.

รายละเอียดหลักสูตร
ที่คุณจะได้เรียนตลอดปี

เพื่อมุ่งเน้นไปที่ความก้าวหน้าในอาชีพ

 

ผมคัดเลือกหลักสูตรต่างๆ เหล่านี้ อย่างพิถีพิถัน ว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ ที่คุณควรรู้และมีทักษะ โดยผ่านประสบการณ์ที่ผมใช้ในการคัดเลือกคนเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ ไปจนถึงตัดสินว่าใครจะได้รับการโปรโมทเลื่อนขั้น

นอกเหนือจากที่ใช้ในการคัดเลือกคนและตัดสินการโปรโมทเลื่อนขั้นแล้ว ผมยังใช้มันด้วยตัวเองเพื่อให้ก้าวหน้าจากเจ้าหน้าที่แล็ป ผ่านการเป็นพนักงานขาย แล้วมาทำงาน HR จนมาถึงตำแหน่งผู้บริหารบริษัทฯ ในทุกวันนี้ ผมเชื่อว่ามันจะทำให้คุณเห็นความก้าวหน้าของตัวเองอย่างแน่นอน ถ้าคุณเข้าเรียนกับผมไม่ว่าจะเป็นผ่านการสอนสดหรือกลับมาดูย้อนหลัง

นอกเหนือจากหลักสูตรที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน 12 ครั้งในระยะเวลา 12 เดือนนี้แล้ว ผมยังมีแถมเรื่องพิเศษเกี่ยวกับ The Growth Spiral ให้อีก 1 ครั้ง และพิเศษไปกว่านั้น คือผมจะมาตอบคำถามหรือทำการโค้ชแบบกลุ่มให้คุณแบบสดๆ ด้วย เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อเข้ามาตอบคำถามหรือเป็นที่ปรึกษาให้ทุกเดือน เพราะสำหรับโปรแกรมนี้ ผมไม่ได้คิดว่าจะมาแค่สอน แต่มันคือการเป็นพี่เลี้ยงให้พวกคุณอย่างเต็มรูปแบบ

อ่านรายละเอียดหลักสูตรด้านล่างเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย

ตอนที่ 1 รู้เป้าหมายและรู้จักจุดแข็งของตัวเอง (มี.. – มิ.. 2562)

1. Job Description, เป้าหมายในการทำงาน และการตั้ง OKRs ให้ตัวเอง

เพื่อตั้งเป้าหมายในงานของคุณให้ได้ มีแผนการทำงานที่ชัดเจนในการสร้างผลงานให้เกิดความแตกต่างจากที่ผ่านมา

2. Faces, the real you – รู้จักตัวเองแท้ๆ ข้างใน

รู้จักตัวเองก่อนในทุกด้าน เพื่อการเลือกใช้ด้านใดด้านหนึ่งในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้า

3. Coach ตัวเองได้ ด้วยการใช้ GROW model

เพื่อรู้จักหลักการ Coach ตัวเองในขั้นต้น เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการพัฒนาตัวเองในลำดับถัดไป

4. DISC กับการเข้าใจตัวเองและผู้อื่น

เพื่อเข้าใจความแตกต่างของคน และใช้ในการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจกัน

ตอนที่ 2 รู้วิธีคิดที่จะทำให้ชีวิตก้าวหน้า (.. – .. 2562)

5. Adaptive leadership – ภาวะผู้นำที่สามารถปรับตัวได้ตามสถานการณ์

เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวได้ของตัวเรา

6. Critical Thinking การคิดเชิงวิพากษ์เพื่อเข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริง

เพื่อเข้าใจวิธีคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และการนำไปใช้ในการคิดเพื่อแก้ปัญหา

7. Strategic Thinking การคิดเชิงกลยุทธ์

เพื่อสร้างกลยุทธ์ในการทำงานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

8. Developing your Decision Making – ทักษะสำคัญที่ใช้ในการตัดสินใจ

เพื่อเข้าใจวิธีการในการสร้างทางเลือกเพื่อการตัดสินใจและการวิเคราะห์ให้รอบด้าน

ตอนที่ 3 รู้วิธีทำที่จะนำมาสู่ความสำเร็จ (.. 2562 – ..2563)

9. Kaizen your job – การพัฒนางานของคุณด้วยหลัก Kaizen

เพื่อเข้าใจหลักการและการนำ Kaizen มาใช้ในการพัฒนางานของตัวเอง

10.Habits of successful people – นิสัยของผู้ประสบความสำเร็จ

เพื่อเข้าใจนิสัยต่างๆ ของคนที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำมาปรับใช้ในงานของตัวเอง

11.Branding yourself – สร้างแบรนด์ตัวคุณขึ้นมา

เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเรา ให้คนจดจำ

12.Presentation skills and Techniques – ทักษะและเทคนิคในการนำเสนองาน

เพื่อปรับปรุงทักษะและเทคนิคในการนำเสนอผลงาน

ตอนพิเศษ รู้จักแก่นของการเจริญเติบโต (จะกำหนดวันสอนในภายหลัง)

13.Growth Spiral – เกลียวของการเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ (หลักสูตรนี้แถมให้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมใช้ในการเติบโตก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้)

เพื่อเข้าใจหลักคิดและพฤติกรรมที่สำคัญที่มีส่วนให้เกิดความก้าวหน้าในการทำงาน

 

สิ่งที่อยากฝากทิ้งท้ายไว้ในตอนนี้ก็คือว่า ถ้าคุณเข้าเรียนแล้ว ไม่เห็นผลในการพัฒนา ให้ติดต่อกลับมาแล้วเราจะคืนเงินให้คุณเต็มจำนวน และถ้าใครพัฒนาตัวเองขนาดนี้แล้ว บริษัทฯ ปัจจุบันยังไม่เห็นค่า ให้ติดต่อผมมา เพราะอย่าลืมนะว่า ผมเป็น Head Hunter มาหลายปีเลยทีเดียว

ผมจะเปิดรับสมัครสมาชิกแบบ Premium นี้ในวันที่ 4 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป ในราคาที่คุณจับต้องได้ จะเป็นเท่าไหร่ขอให้รอติดตามกันอีกที ส่วนถ้าใครสนใจและอยากรู้ตอนนี้ สามารถ Inbox เข้ามาถามได้ที่ Facebook Page: Dew HR ข้างบ้าน หรือ Line@: @hrathome ได้เลย

ผมลืมบอกไป...

นอกเหนือจากนี้แล้ว มีสิ่งที่ผมเตรียมไว้ให้อีกประมาณ 2 อย่างในเบื้องต้น คือ

  1. คู่มือการสร้างความเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ ที่ผมกลั่นกรองเอาเฉพาะสูตรสำเร็จที่ผมเคยใช้มันกับตัวเองมาแล้วล้วนๆ อยากบอกว่ามันจะเป็นคู่มือที่มีชีวิต เพราะผมจะอัพเดทมันอยู่ตลอดเวลา
  2. The Book of Malasa – The Journey of ourselves หนังสือที่จะพาคุณไปค้นหาและสร้างตำนานชีวิตของคุณ ผมได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ในวันที่ผมไม่เหลือความมั่นใจในตัวเอง ทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้เลน โอนเอนไปตามกระแสที่คนรอบข้างอยากให้ทำ จนมาวันหนึ่งที่ผมได้รู้ซึ้งและเข้าใจว่า การเป็นตัวของตัวเองสำคัญอย่างไร มันก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ อ่านดูแล้วอาจจะยังไม่เชื่อ เอาไว้ผมจะมาเล่าให้คุณฟัง
  3. ส่วนอื่นๆ จะเติมมาเรื่อยๆ ตลอด เพราะผมถือว่าคุณคือสมาชิกในครอบครัวที่ผมต้องดูแลและพาคุณไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ ในฐานะของพี่ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลน้องๆ

การตัดสินใจอยู่ที่คุณแล้วล่ะครับ...

 

สมาชิก PREMIUM Coming Zoon