เทรนด์การพัฒนาบุคลากรในปี “2019”

แน่นอนอยู่แล้วว่าใครๆ ก็ล้วนบอกว่าทรัพยากรมนุษย์ บุคลากรหรือคนคือส่วนสำคัญที่จะพาให้องค์กรก้าวหน้า เติบโต และบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ ประเด็นก็คือ แล้วเรามีการเตรียมตัวกับเรื่องนี้อย่างไรเพื่อให้มั่นใจได้ว่าคนของเรานั้นมีความพร้อมต่อการแข่งขันในโลกที่ดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นทุกวันใบนี้นั่นเอง

สิ่งสำคัญที่จะทำให้ HR มีความสำคัญและเป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่กายพนักงานทั้งหลายไม่ว่าจะอยู่ในระดับใดก็ตามก็คือ ในฐานะ HR คุณจะมีส่วนช่วยให้การพัฒนาที่ควรจะเกิดขึ้นเป็นไปในรูปแบบใด และนี่ก็คือ 7 เทรนด์สร้างสรรค์ที่จะทำให้คุณได้เป็น HR คนนั้นที่มีแต่ใครฝันอยากทำงานด้วย (ผมคงไม่ได้พูดอะไรที่ดูเกินเลยไปใช่มั้ย ?)

1. HR ต้องทำงานร่วมกับผู้บริหารให้มากขึ้น เพื่อที่จะเข้าใจเป้าหมายของบริษัทฯ และทำให้การพัฒนาบุคลากรเป็นไปตามแผนที่วางไว้ หลักใหญ่ใจความของข้อนี้ก็คือ ทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดคำมั่นสัญญาในการเดินตามแผนพัฒนาบุคลากรของบริษัทฯ ในขณะเดียวกัน แผนในการพัฒนานั้นก็ควรจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกับสิ่งที่บริษัทฯ ตั้งเส้นทางเดินไว้เช่นเดียวกัน มิฉะนั้นอาจเกิดอาการหัวไปทาง หางไปอีกทาง พัฒนาไปแล้วไม่เห็นผลอะไร ก็เลิกพัฒนาไปเลยดีกว่าจะได้ไม่ต้องเสียเงินลงทุน

2. พัฒนาสมรรถภาพที่จำเป็นต้องใช้ในการบรรลุเป้าหมายในอนาคต การมองไปข้างหน้าเป็นเรื่องที่ดี แต่คำถามคือในวันนี้เรามีคนที่พร้อมจะมองไปข้างหน้ามากน้อยเพียงใด โดยหลักใหญ่ใจความแล้ว สิ่งที่หลายๆ บริษัทฯ ทำก็คือ การคัดเลือกหรือเล็งพนักงานที่น่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะไปสู้ต่อได้ในอนาคตมาทำการพัฒนารอไว้ก่อน ซึ่งหลักๆ ก็จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาภาวะผู้นำที่ควบรวมเอาหลายๆ ทักษะไปอยู่ในนั้น ถ้าจะให้พูดกันหนึ่งวันคงไม่จบ เพราะภาวะผู้นำของแต่ละที่ก็มีการให้ความสำคัญในแต่ละทักษะที่ไม่เหมือนกัน ว่าแต่ตอนนี้เรามีเซ้ทของสมรรถภาพที่จำเป็นต้องใช้ในอนาคตสำหรับบริษัทฯ เรากันแล้วหรือยังครับ

3. Soft Skills ยังคงเป็นทักษะที่ต้องทำการพัฒนา เพราะในสมัยปัจจุบันที่มีความแตกต่างหลากหลายมากขึ้น การเข้าใจกันและการทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุขจึงเป็นเรื่องสำคัญที่หลายๆ บริษัทฯ หยิบยกขึ้นมาทำการพัฒนาคนกันยกใหญ่ เรามีทั้งคนที่แตกต่างกันในเรื่องเจนเนอเรชั่น อายุ ความรู้ ประสบการณ์ หรือแม้แต่กระทั่งสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ แล้ว soft skills แบบไหนล่ะ ที่จะทำให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขและเข้าใจกันได้บ้าง บางที่ก็ไปพัฒนา Emotional Intelligence บางที่ไปลึกกว่านั้นจนถึงขั้น Mindfulness หรือบางที่อาจยังใช้วิธีการเดิมคือเรื่องของ Communication และ Team Building อันนี้ก็คงแล้วแต่สถานการณ์และการโฟกัสของแต่ละที่ก็แล้วกัน

4. ทำให้การฝึกอบรมและพัฒนามีความสนุกและน่าเรียนรู้เหมือนกับการไปเล่นเกม ประเด็นนี้น่าสนใจที่บางบริษัทฯ การฝึกอบรมและพัฒนากลับกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ เพราะพนักงานส่วนใหญ่อาจมีความสนใจในการนั่งทำงานให้เสร็จในแต่ละวันมากกว่า การที่ต้อง(เสียเวลา)มาอบรมหนึ่งวันนั่นหมายถึงการมีงานคั่งค้างทบต้นทบดอกไปอีกหนึ่งวันเลยทีเดียว การทำให้การฝึกอบรมสนุกและน่าสนใจขึ้นนั้นอาจไม่ใช่เรื่องยาก เพราะคนไทยเรามีความสนุกในชีวิตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งเราอาจจะเสริมเติมแต่งเข้าไปได้ว่าถ้าหากพนักงานได้ผ่านการฝึกอบรม (รวมทั้งผ่านการทดสอบ) ด้วยนั้น อาจได้คะแนนอะไรมาบางอย่างเพื่อนำไปอัพเกรดเลเวลของตัวเองได้ หรือไม่ก็เอาไปใช้แลกอะไรได้บางอย่าง ซึ่งแค่ฟังดูก็น่าสนุกขึ้นแล้วใช่มั้ยล่ะ คุณว่ามั้ย

5. มองการพัฒนาพนักงานในมุมมองของพนักงาน เพราะนี่อาจทำให้คุณได้โชคถึงสองต่อ ต่อที่หนึ่งคือพนักงานรู้สึกดีที่ได้ทำงานกับบริษัทฯ เพราะไม่ใช่แค่รับเข้ามาแล้วให้ทำแต่งาน แต่ยังมีโอกาสได้พัฒนาตัวเองทั้งที่เกี่ยวกับเรื่องงานและไม่เกี่ยวกับเรื่องงานด้วยเหมือนกัน ต่อที่สองก็คือการที่คุณสามารถทำได้ในแบบนั้น ก็อาจจะมีพนักงานบางคนเอาไปบอกคนภายนอกจนเขาเหล่านั้นอยากมาทำงานร่วมกันกับบริษัทฯ คุณ หรือไม่ก็อาจเป็นข่าวดังในวงการธุรกิจของคุณที่บริษัทฯ คุณไม่ได้มุ่งเน้นแต่เรื่องงาน แต่ยังสนใจในเรื่องการพัฒนาคนอย่างจริงจัง จนทำให้ใครๆ ก็อยากมาสมัครงานกับคุณก็ได้ ใครจะรู้

6. มุ่งเน้นที่ผู้เรียนมากกว่ามุ่งเน้นที่เนื้อหาที่จะทำการสอน ในสมัยก่อนเราอาจใช้วิธีการพัฒนาแบบเหมารวม หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า One Size Fit All ซึ่งมันอาจจะใช้ได้ในสมัยนั้นที่เราก็อบรมอะไรตามๆ กัน เพื่อให้ได้ทักษะมาหนึ่งชุด แต่ในขณะที่ปัจจุบัน ความหลากหลายเพิ่มขึ้น ความสนใจในแต่ละเรื่องก็แตกต่างกันไป พนักงานบางคนรู้เรื่องนี้แล้วเป็นอย่างดี เขาก็ไม่อยากเข้ามาอบรมอีกให้เสียเวลา แล้วก็เลยมาตั้งคำถามกับ HR ว่า เขาขอเลือกวิชาที่จะอบรมเองบ้างได้มั้ย มันก็จะคล้ายๆ กับปลาทูแม่กลองที่อยู่ในเข่ง ที่ต้องทนอยู่แบบอึดอัดกันสองตัว เพราะไม่มีทางเลือกที่จะสามารถไปอยู่เข่งละตัวได้ จนกลายเป็นประโยคที่ว่าปลาทูแม่กลอง ต้องหน้างอคอหักนั่นเอง (ผมไม่ได้มีเจตนาว่าร้ายปลาทูแม่กลองนะครับ แค่เปรียบเทียบเฉยๆ โปรดเข้าใจ) ซึ่งเรื่องการฝึกอบรมแบบมีทางเลือกนี้ผมเขียนเนื้อหาแบบสนุกๆ ไว้ในหนังสือของผมที่ชื่อ “HR ข้างบ้าน ข้างร้าน ข้างรั้วไปหามาอ่านได้ตามร้านหนังสือทั่วไปนะครับ

7. เทรนด์ใหม่ของการเรียนบนออนไลน์หรือดิจิทัล เรื่องนี้ไม่พูดไม่ได้เพราะโลกยุคใหม่เราแทบจะอยู่บนโลกออนไลน์กันตลอดเวลา ซึ่งตอนนี้บางที่ก็มีความพร้อมในการบรรจุหลักสูตรต่างๆ ลงไปในแอพบนมือถือ ในขณะที่บางที่ก็อาศัยยืมมือของผู้ให้บริการบางคนที่มีการนำเสนอการเรียนแบบออนไลน์ไว้แล้วเพื่อไปใช้บริการกันเป็นครั้งคราวได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าใครถนัดและชอบแบบไหน หรือจะว่าไปก็คือใครจะมีเงินลงทุนและทรัพยาที่มาดูแลงานตรงนี้ได้มากกว่ากัน แต่เอาเป็นว่าทุกวันนี้เราสามารถทำให้เรื่องการพัฒนาสามารถทำได้ง่ายขึ้นกว่าด้วยดิจิทัลและออนไลน์นั่นเอง

เป็นยังไงบ้างครับ คุณได้ประโยชน์อะไรจากเทรนด์เหล่านี้บ้าง แลกเปลี่ยนความเห็นกันได้นะครับ

..อยากรู้จักงาน HR ที่ไม่ใช่วิชาการแต่เป็นประสบการณ์จากคนที่ผ่านงานนี้มามากว่า 12 ปี สามารถหาอ่านได้จากหนังสือ HR ข้างบ้าน ข้างร้าน ข้างรั้ว ตามร้านหนังสือทั่วไปได้เลยนะครับ (แอบโฆษณานิดนึง)

หลักสูตรสำหรับสมาชิกพรีเมี่ยม
เพื่อการพัฒนาตัวเองและองค์กร ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน



แสดงความคิดเห็น
เพิ่มเพื่อน
© 2018-2019 DewHR.CO All rights reserved.

รายละเอียดหลักสูตร
ที่คุณจะได้เรียนตลอดปี

เพื่อมุ่งเน้นไปที่ความก้าวหน้าในอาชีพ

 

ผมคัดเลือกหลักสูตรต่างๆ เหล่านี้ อย่างพิถีพิถัน ว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ ที่คุณควรรู้และมีทักษะ โดยผ่านประสบการณ์ที่ผมใช้ในการคัดเลือกคนเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ ไปจนถึงตัดสินว่าใครจะได้รับการโปรโมทเลื่อนขั้น

นอกเหนือจากที่ใช้ในการคัดเลือกคนและตัดสินการโปรโมทเลื่อนขั้นแล้ว ผมยังใช้มันด้วยตัวเองเพื่อให้ก้าวหน้าจากเจ้าหน้าที่แล็ป ผ่านการเป็นพนักงานขาย แล้วมาทำงาน HR จนมาถึงตำแหน่งผู้บริหารบริษัทฯ ในทุกวันนี้ ผมเชื่อว่ามันจะทำให้คุณเห็นความก้าวหน้าของตัวเองอย่างแน่นอน ถ้าคุณเข้าเรียนกับผมไม่ว่าจะเป็นผ่านการสอนสดหรือกลับมาดูย้อนหลัง

นอกเหนือจากหลักสูตรที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน 12 ครั้งในระยะเวลา 12 เดือนนี้แล้ว ผมยังมีแถมเรื่องพิเศษเกี่ยวกับ The Growth Spiral ให้อีก 1 ครั้ง และพิเศษไปกว่านั้น คือผมจะมาตอบคำถามหรือทำการโค้ชแบบกลุ่มให้คุณแบบสดๆ ด้วย เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อเข้ามาตอบคำถามหรือเป็นที่ปรึกษาให้ทุกเดือน เพราะสำหรับโปรแกรมนี้ ผมไม่ได้คิดว่าจะมาแค่สอน แต่มันคือการเป็นพี่เลี้ยงให้พวกคุณอย่างเต็มรูปแบบ

อ่านรายละเอียดหลักสูตรด้านล่างเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย

ตอนที่ 1 รู้เป้าหมายและรู้จักจุดแข็งของตัวเอง (มี.. – มิ.. 2562)

1. Job Description, เป้าหมายในการทำงาน และการตั้ง OKRs ให้ตัวเอง

เพื่อตั้งเป้าหมายในงานของคุณให้ได้ มีแผนการทำงานที่ชัดเจนในการสร้างผลงานให้เกิดความแตกต่างจากที่ผ่านมา

2. Faces, the real you – รู้จักตัวเองแท้ๆ ข้างใน

รู้จักตัวเองก่อนในทุกด้าน เพื่อการเลือกใช้ด้านใดด้านหนึ่งในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้า

3. Coach ตัวเองได้ ด้วยการใช้ GROW model

เพื่อรู้จักหลักการ Coach ตัวเองในขั้นต้น เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการพัฒนาตัวเองในลำดับถัดไป

4. DISC กับการเข้าใจตัวเองและผู้อื่น

เพื่อเข้าใจความแตกต่างของคน และใช้ในการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจกัน

ตอนที่ 2 รู้วิธีคิดที่จะทำให้ชีวิตก้าวหน้า (.. – .. 2562)

5. Adaptive leadership – ภาวะผู้นำที่สามารถปรับตัวได้ตามสถานการณ์

เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวได้ของตัวเรา

6. Critical Thinking การคิดเชิงวิพากษ์เพื่อเข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริง

เพื่อเข้าใจวิธีคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และการนำไปใช้ในการคิดเพื่อแก้ปัญหา

7. Strategic Thinking การคิดเชิงกลยุทธ์

เพื่อสร้างกลยุทธ์ในการทำงานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

8. Developing your Decision Making – ทักษะสำคัญที่ใช้ในการตัดสินใจ

เพื่อเข้าใจวิธีการในการสร้างทางเลือกเพื่อการตัดสินใจและการวิเคราะห์ให้รอบด้าน

ตอนที่ 3 รู้วิธีทำที่จะนำมาสู่ความสำเร็จ (.. 2562 – ..2563)

9. Kaizen your job – การพัฒนางานของคุณด้วยหลัก Kaizen

เพื่อเข้าใจหลักการและการนำ Kaizen มาใช้ในการพัฒนางานของตัวเอง

10.Habits of successful people – นิสัยของผู้ประสบความสำเร็จ

เพื่อเข้าใจนิสัยต่างๆ ของคนที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำมาปรับใช้ในงานของตัวเอง

11.Branding yourself – สร้างแบรนด์ตัวคุณขึ้นมา

เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเรา ให้คนจดจำ

12.Presentation skills and Techniques – ทักษะและเทคนิคในการนำเสนองาน

เพื่อปรับปรุงทักษะและเทคนิคในการนำเสนอผลงาน

ตอนพิเศษ รู้จักแก่นของการเจริญเติบโต (จะกำหนดวันสอนในภายหลัง)

13.Growth Spiral – เกลียวของการเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ (หลักสูตรนี้แถมให้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมใช้ในการเติบโตก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้)

เพื่อเข้าใจหลักคิดและพฤติกรรมที่สำคัญที่มีส่วนให้เกิดความก้าวหน้าในการทำงาน

 

สิ่งที่อยากฝากทิ้งท้ายไว้ในตอนนี้ก็คือว่า ถ้าคุณเข้าเรียนแล้ว ไม่เห็นผลในการพัฒนา ให้ติดต่อกลับมาแล้วเราจะคืนเงินให้คุณเต็มจำนวน และถ้าใครพัฒนาตัวเองขนาดนี้แล้ว บริษัทฯ ปัจจุบันยังไม่เห็นค่า ให้ติดต่อผมมา เพราะอย่าลืมนะว่า ผมเป็น Head Hunter มาหลายปีเลยทีเดียว

ผมจะเปิดรับสมัครสมาชิกแบบ Premium นี้ในวันที่ 4 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป ในราคาที่คุณจับต้องได้ จะเป็นเท่าไหร่ขอให้รอติดตามกันอีกที ส่วนถ้าใครสนใจและอยากรู้ตอนนี้ สามารถ Inbox เข้ามาถามได้ที่ Facebook Page: Dew HR ข้างบ้าน หรือ Line@: @hrathome ได้เลย

ผมลืมบอกไป...

นอกเหนือจากนี้แล้ว มีสิ่งที่ผมเตรียมไว้ให้อีกประมาณ 2 อย่างในเบื้องต้น คือ

  1. คู่มือการสร้างความเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ ที่ผมกลั่นกรองเอาเฉพาะสูตรสำเร็จที่ผมเคยใช้มันกับตัวเองมาแล้วล้วนๆ อยากบอกว่ามันจะเป็นคู่มือที่มีชีวิต เพราะผมจะอัพเดทมันอยู่ตลอดเวลา
  2. The Book of Malasa – The Journey of ourselves หนังสือที่จะพาคุณไปค้นหาและสร้างตำนานชีวิตของคุณ ผมได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ในวันที่ผมไม่เหลือความมั่นใจในตัวเอง ทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้เลน โอนเอนไปตามกระแสที่คนรอบข้างอยากให้ทำ จนมาวันหนึ่งที่ผมได้รู้ซึ้งและเข้าใจว่า การเป็นตัวของตัวเองสำคัญอย่างไร มันก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ อ่านดูแล้วอาจจะยังไม่เชื่อ เอาไว้ผมจะมาเล่าให้คุณฟัง
  3. ส่วนอื่นๆ จะเติมมาเรื่อยๆ ตลอด เพราะผมถือว่าคุณคือสมาชิกในครอบครัวที่ผมต้องดูแลและพาคุณไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ ในฐานะของพี่ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลน้องๆ

การตัดสินใจอยู่ที่คุณแล้วล่ะครับ...

 

สมาชิก PREMIUM Coming Zoon