ทำยังไงให้เป็น HR ที่น่าคบหาและมีแต่คนอยากให้ความร่วมมือ

 

ทำยังไงให้เป็น HR ที่น่าคบหาและมีแต่คนอยากให้ความร่วมมือ

 

ต้องบอกไว้ก่อนนะว่าอันนี้เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมที่(เคย)เป็น HR มากว่า 10 ปี

และในทุกๆ ที่ก็ล้วนให้ความร่วมมือกับผมเป็นอย่างดี

ทั้งๆ ที่บางที่ผมเป็น HR เพียงแค่ คนเดียว

มีอะไรบ้าง ตามมาอ่านด้านล่างกันได้เลย

 

1

ไม่แสดงออกทางสีหน้าเร็วเกินไป

หน้าตาก็เหมือนจอทีวีที่แสดงอารมณ์ของเราออกไปได้ง่ายมาก

ที่สำคัญเราเองก็ไม่สามารถเห็นได้ด้วยว่า

หน้าตาที่เรากำลังแสดงออกไปในขณะใดขณะหนึ่งนั้น

มันมีสีหน้าที่ทำให้คนอื่นเห็นเป็นแบบไหน

เพราะเราไม่ได้มีกระจกส่องตัวเองได้ตลอดเวลา

เพราะฉะนั้นการเป็น HR ก็อาจจะต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา

และคอยสำรวจอารมณ์ก่อนที่จะแสดงออกทางหน้าตาว่าเป็นอย่างไร

อย่าลืมนะว่าหน้าตาก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนสังเกตได้ง่ายที่สุดเลยทีเดียว

 

2

รู้จักฟังให้เป็น

เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งในปัจจุบันก็คือ

ทักษะของการฟัง ไม่ว่าจะเป็น Active Listening หรือ Deep Listening

หรืออะไรก็แล้วแต่

ที่จริงๆ แล้ว เรามีคำไทยที่รู้กันดีว่า

“ฟังไม่ได้ศัพท์ แล้วจับไปกระเดียด”

หรือแปลให้ง่ายขึ้น คือฟังยังไม่ครบแล้วก็แปลงสาส์นใส่ไข่กันไป

เรื่องนี้ HR มีผลมาก เพราถ้าเมื่อไหร่ เราทำตัวไปเป็นนักแปลงสาส์น

ความเชื่อมั่นและความไว้ใจ จะหายลงไปในทันที

 

3

พูดอะไรออกไปขอให้รู้ไว้ว่านั่นคือ “คำสัญญา”

ในฐานะของการเป็น HR ที่เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนบริษัทฯ

คำพูดของเราถือว่ามีน้ำหนักอยู่มากเลยทีเดียว

เพราะมันจะกลายเป็นสิ่งที่พนักงานเข้าใจว่า

HR รับทราบและพร้อมจะทำตามนั้น

เพราะฉะนั้นถ้าจะพูดอะไร

ก็ต้องให้มั่นใจว่าสิ่งนั้นเราทำได้จริง

แต่ถ้ายังไม่แน่ใจ ต้องมีคนตัดสินใจ

ก็บอกออกไปว่าจะติดตามให้แล้วจะตอบกลับเมื่อไหร่จะดูดีกว่าเยอะ

 

4

ไม่จำเป็นต้องเป็น HR ตลอดเวลา

HR คืองานในหน้าที่

แต่แท้ที่จริงแล้วเราก็ล้วนเป็นพนักงานเหมือนกัน

มีทุกข์ มีสุข ไม่แพ้พนักงานด้วยกันเองเช่นเดียวกัน

เพราะฉะนั้นเมื่อเราคิดว่าไม่ได้เป็น HR ตลอดเวลา

ผมเข้าใจว่าเราจะรับรู้ความรู้สึกของพนักงานได้ดีขึ้น

และมองในมุมเดียวกันกับเขาได้ง่ายขึ้น

 

5

เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็บอกออกไปว่า “ขอความช่วยเหลือ”

เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เราไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวคนเดียว

เพราะฉะนั้นเรื่องบางเรื่องก็ต้องการความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน

และก็ไม่ผิดอะไรเช่นกัน ถ้าเราจะบอกเรื่องแบบนี้ออกไปตรงๆ

ถ้าเราบอกและแสดงอารมณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ

ผมเขื่อว่ามีคนพร้อมที่จะช่วยเหลือเราอยู่อย่างแน่นอน

ประเด็นคือ เราเคยช่วยเหลือเขาเหล่านั้นมาก่อนหรือเปล่า

จริงๆ มันก็คือหลักการของ “ธนาคารออมใจ”

หรือ หลักของการให้และการรับนั่นเอง

 

6

งาน HR บางทีก็มีขอบเขตที่ไม่แน่นอน

แต่เมื่อไหร่ที่เกี่ยวข้องกับ “คน” เมื่อไหร่

ทุกสายตาก็จะจับจ้องมาที่ HR นี่แหละ

เพราะเขาเชื่อว่า HR คือผู้เชี่ยวชาญทางด้านจัดการคน

ดังนั้นขออนุญาตแนะนำไว้ตรงนี้เลยว่า

คุณจะปฏิเสธเรื่องพวกนี้ได้ยากมาก

และถ้าเมื่อไหร่คุณเริ่มปฏิเสธว่า “ไม่ใช่งานของ HR”

ทุกสายตาเหล่านั้นก็อาจจะทำท่ามองบน

แล้วคิดไปเองว่า “อะไรกันเนี่ย !!!”

ทางที่ดีที่อยากจะแนะนำ

ให้ตอบกลับไปเถอะว่าจะช่วยได้

แต่ก็ขอให้เขาคนนั้นมาช่วยกันด้วยซะเลย

ถือว่าเป็นงานของทุกคน

 

7

ปล่อยอารมณ์และความสนุกของตัวเองออกมาบ้าง

อย่างที่บอกไว้ว่าไม่ต้องเป็น HR ตลอดเวลา

ถ้าใครยังกลัวๆ กล้าๆ

ให้แนะนำว่าในช่วงงานเลี้ยง หรือ Team Building

ลองแสดงท่าทีที่แท้จริงของเราออกมา

อาจทำให้คนรอบข้างแปลกใจ

และเข้าใจในความเป็นมนุษย์ของเรามากขึ้น

แล้วอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นด้วยอีกทางหนึ่ง

 

8

ยิ่งสูงยิ่งต้องน้อมตัวลงมาต่ำ

ผมอาจไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานกับบริษัทฯ ขนาดใหญ่

แต่ที่ผ่านมาโดยทั่วไป ผมไม่เคยวางสถานะตัวเองเอาไว้

ในระดับที่สูงเกินไปจนเอื้อมไม่ถึง

แต่ก็ไม่ได้ต่ำมากจนสามารถมาเล่นหัวกับเราได้

การวางสถานะตัวเองให้เหมาะสมก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ควรพิจารณา

แม่นยำในทฤษฎีของงาน HR

ในขณะที่ก็อะลุ่มอล่วยในบางคราที่เหมาะสมตามสถานการณ์

เหมือนที่มีคนบอกเอาไว้ว่า

เวลาจับนกไว้ในอุ้งมือ

ถ้าจับแรงไป นกก็อึดอัดจนอาจตายได้

แต่ถ้าจับเบาไป นกก็อาจบินหายไปจากมือเรา นั่นเอง

 

ที่พูดมาทั้งหมดอาจจะไม่ถูกทั้งหมดก็ได้ อันนี้ผมเข้าใจดี

มันเป็นเพียงประสบการณ์ที่เกิดจากตัวผม

แต่ก็อยากให้คุณลองนำไปพิจารณากันอีกทีก็แล้วกัน

 

คีย์หลักสำคัญอันหนึ่งของทั้งหมดก็คือ

“เข้าใจเอาไว้เสมอว่า HR ก็คือพนักงานคนหนึ่งเหมือนทุกคน”

“เมื่อไหร่ที่เขาเข้าใจว่าเราเป็นเพื่อน เขาก็พร้อมจะร่วมมือกับเราได้ทุกเรื่องเหมือนกัน”

 

เครดิตภาพจาก www.unsplash.com

แสดงความคิดเห็น
เพิ่มเพื่อน
© 2018-2019 DewHR.CO All rights reserved.

รายละเอียดหลักสูตร
ที่คุณจะได้เรียนตลอดปี

เพื่อมุ่งเน้นไปที่ความก้าวหน้าในอาชีพ

 

ผมคัดเลือกหลักสูตรต่างๆ เหล่านี้ อย่างพิถีพิถัน ว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ ที่คุณควรรู้และมีทักษะ โดยผ่านประสบการณ์ที่ผมใช้ในการคัดเลือกคนเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ ไปจนถึงตัดสินว่าใครจะได้รับการโปรโมทเลื่อนขั้น

นอกเหนือจากที่ใช้ในการคัดเลือกคนและตัดสินการโปรโมทเลื่อนขั้นแล้ว ผมยังใช้มันด้วยตัวเองเพื่อให้ก้าวหน้าจากเจ้าหน้าที่แล็ป ผ่านการเป็นพนักงานขาย แล้วมาทำงาน HR จนมาถึงตำแหน่งผู้บริหารบริษัทฯ ในทุกวันนี้ ผมเชื่อว่ามันจะทำให้คุณเห็นความก้าวหน้าของตัวเองอย่างแน่นอน ถ้าคุณเข้าเรียนกับผมไม่ว่าจะเป็นผ่านการสอนสดหรือกลับมาดูย้อนหลัง

นอกเหนือจากหลักสูตรที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน 12 ครั้งในระยะเวลา 12 เดือนนี้แล้ว ผมยังมีแถมเรื่องพิเศษเกี่ยวกับ The Growth Spiral ให้อีก 1 ครั้ง และพิเศษไปกว่านั้น คือผมจะมาตอบคำถามหรือทำการโค้ชแบบกลุ่มให้คุณแบบสดๆ ด้วย เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อเข้ามาตอบคำถามหรือเป็นที่ปรึกษาให้ทุกเดือน เพราะสำหรับโปรแกรมนี้ ผมไม่ได้คิดว่าจะมาแค่สอน แต่มันคือการเป็นพี่เลี้ยงให้พวกคุณอย่างเต็มรูปแบบ

อ่านรายละเอียดหลักสูตรด้านล่างเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย

ตอนที่ 1 รู้เป้าหมายและรู้จักจุดแข็งของตัวเอง (มี.. – มิ.. 2562)

1. Job Description, เป้าหมายในการทำงาน และการตั้ง OKRs ให้ตัวเอง

เพื่อตั้งเป้าหมายในงานของคุณให้ได้ มีแผนการทำงานที่ชัดเจนในการสร้างผลงานให้เกิดความแตกต่างจากที่ผ่านมา

2. Faces, the real you – รู้จักตัวเองแท้ๆ ข้างใน

รู้จักตัวเองก่อนในทุกด้าน เพื่อการเลือกใช้ด้านใดด้านหนึ่งในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้า

3. Coach ตัวเองได้ ด้วยการใช้ GROW model

เพื่อรู้จักหลักการ Coach ตัวเองในขั้นต้น เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการพัฒนาตัวเองในลำดับถัดไป

4. DISC กับการเข้าใจตัวเองและผู้อื่น

เพื่อเข้าใจความแตกต่างของคน และใช้ในการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจกัน

ตอนที่ 2 รู้วิธีคิดที่จะทำให้ชีวิตก้าวหน้า (.. – .. 2562)

5. Adaptive leadership – ภาวะผู้นำที่สามารถปรับตัวได้ตามสถานการณ์

เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวได้ของตัวเรา

6. Critical Thinking การคิดเชิงวิพากษ์เพื่อเข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริง

เพื่อเข้าใจวิธีคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และการนำไปใช้ในการคิดเพื่อแก้ปัญหา

7. Strategic Thinking การคิดเชิงกลยุทธ์

เพื่อสร้างกลยุทธ์ในการทำงานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

8. Developing your Decision Making – ทักษะสำคัญที่ใช้ในการตัดสินใจ

เพื่อเข้าใจวิธีการในการสร้างทางเลือกเพื่อการตัดสินใจและการวิเคราะห์ให้รอบด้าน

ตอนที่ 3 รู้วิธีทำที่จะนำมาสู่ความสำเร็จ (.. 2562 – ..2563)

9. Kaizen your job – การพัฒนางานของคุณด้วยหลัก Kaizen

เพื่อเข้าใจหลักการและการนำ Kaizen มาใช้ในการพัฒนางานของตัวเอง

10.Habits of successful people – นิสัยของผู้ประสบความสำเร็จ

เพื่อเข้าใจนิสัยต่างๆ ของคนที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำมาปรับใช้ในงานของตัวเอง

11.Branding yourself – สร้างแบรนด์ตัวคุณขึ้นมา

เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเรา ให้คนจดจำ

12.Presentation skills and Techniques – ทักษะและเทคนิคในการนำเสนองาน

เพื่อปรับปรุงทักษะและเทคนิคในการนำเสนอผลงาน

ตอนพิเศษ รู้จักแก่นของการเจริญเติบโต (จะกำหนดวันสอนในภายหลัง)

13.Growth Spiral – เกลียวของการเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ (หลักสูตรนี้แถมให้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมใช้ในการเติบโตก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้)

เพื่อเข้าใจหลักคิดและพฤติกรรมที่สำคัญที่มีส่วนให้เกิดความก้าวหน้าในการทำงาน

 

สิ่งที่อยากฝากทิ้งท้ายไว้ในตอนนี้ก็คือว่า ถ้าคุณเข้าเรียนแล้ว ไม่เห็นผลในการพัฒนา ให้ติดต่อกลับมาแล้วเราจะคืนเงินให้คุณเต็มจำนวน และถ้าใครพัฒนาตัวเองขนาดนี้แล้ว บริษัทฯ ปัจจุบันยังไม่เห็นค่า ให้ติดต่อผมมา เพราะอย่าลืมนะว่า ผมเป็น Head Hunter มาหลายปีเลยทีเดียว

ผมจะเปิดรับสมัครสมาชิกแบบ Premium นี้ในวันที่ 4 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป ในราคาที่คุณจับต้องได้ จะเป็นเท่าไหร่ขอให้รอติดตามกันอีกที ส่วนถ้าใครสนใจและอยากรู้ตอนนี้ สามารถ Inbox เข้ามาถามได้ที่ Facebook Page: Dew HR ข้างบ้าน หรือ Line@: @hrathome ได้เลย

ผมลืมบอกไป...

นอกเหนือจากนี้แล้ว มีสิ่งที่ผมเตรียมไว้ให้อีกประมาณ 2 อย่างในเบื้องต้น คือ

  1. คู่มือการสร้างความเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ ที่ผมกลั่นกรองเอาเฉพาะสูตรสำเร็จที่ผมเคยใช้มันกับตัวเองมาแล้วล้วนๆ อยากบอกว่ามันจะเป็นคู่มือที่มีชีวิต เพราะผมจะอัพเดทมันอยู่ตลอดเวลา
  2. The Book of Malasa – The Journey of ourselves หนังสือที่จะพาคุณไปค้นหาและสร้างตำนานชีวิตของคุณ ผมได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ในวันที่ผมไม่เหลือความมั่นใจในตัวเอง ทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้เลน โอนเอนไปตามกระแสที่คนรอบข้างอยากให้ทำ จนมาวันหนึ่งที่ผมได้รู้ซึ้งและเข้าใจว่า การเป็นตัวของตัวเองสำคัญอย่างไร มันก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ อ่านดูแล้วอาจจะยังไม่เชื่อ เอาไว้ผมจะมาเล่าให้คุณฟัง
  3. ส่วนอื่นๆ จะเติมมาเรื่อยๆ ตลอด เพราะผมถือว่าคุณคือสมาชิกในครอบครัวที่ผมต้องดูแลและพาคุณไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ ในฐานะของพี่ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลน้องๆ

การตัดสินใจอยู่ที่คุณแล้วล่ะครับ...

 

สมาชิก PREMIUM Coming Zoon