หัวใจหลักของงานสรรหา แท้จริงแล้วไม่ใช่แค่การสัมภาษณ์ผู้สมัครงาน บอกแบบนี้คุณจะเชื่อผมมั้ย !!!

หัวใจหลักของงานสรรหา แท้จริงแล้วไม่ใช่แค่การสัมภาษณ์ผู้สมัครงาน บอกแบบนี้คุณจะเชื่อผมมั้ย !!!

 

======================

 

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “สรรหา” ไม่ใช่ “สัมภาษณ์” เพราะฉะนั้น วันนี้จะมาชำแหละให้ได้อ่านกันว่า “งานสรรหา” ที่แท้จริงนั้นมันมีอะไรกันบ้าง

 

1

คุณต้องเข้าใจบริบทขององค์กรที่คุณทำงานอยู่ ต้องรู้ให้ลึกรู้ให้จริงว่า ณ เวลานี้ ตอนนี้ องค์กรต้องการคนแบบไหน เช่น เอาคนที่ทำงานได้หรือเคยมีผลงานมาแล้วเข้ามา เพราะองค์กรไม่สามารถมารอช้าสอนงานได้ หรือ เอาคนที่มีค่านิยมเดียวกับองค์กรเข้ามาก่อนเรื่องงานค่อยมาสอนกันได้ เพราะต้องการเตรียมคนรุ่นใหม่ไว้สู้ในอนาคต

 

2

คุณต้องรู้ว่าคนที่คุณกำลังอยากได้ให้มาร่วมงานกัน คนเหล่านั้นอยู่แถวไหน เช่น ถ้าคุณต้องการคนที่ดู High Profile คุณอาจต้องหาทางไปรู้จักเขาตามสมาคมต่างๆ มั้ย หรือใช้สื่อออนไลน์แบบไหนถึงจะไปเจอเขาเหล่านั้นได้ หรือถ้าต้องการคนที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญในการขับรถ คุณคงไม่ไปนั่งรอหาคนที่ตลาดน้ำ อะไรทำนองนี้จริงมั้ย พูดง่ายๆ ก็คือคนที่อยากได้อยู่ตรงไหน คุณก็ต้องไปแสดงตัวใกล้ๆ ที่เหล่านั้น เพื่อให้เขาหันมาทีไรก็ต้องเจอคุณ

 

3

นอกเหนือจากการล่า เราอาจใช้วิธีการฟูมฟักเพื่อสร้างคนของเราเอง ซึ่งถ้าเรามีโปรแกรมที่ดีที่มั่นใจว่าจะสอนให้คนทำงานเป็นได้อย่างรวดเร็ว การไปลงนามความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาก็อาจเป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนผู้สมัครงานของคุณได้เช่นเดียวกัน

 

4

ถ้าคุณคิดว่า Job Description ไม่ใช่เรื่องสำคัญและคิดว่าทำแค่เพียงพอผ่านให้มันมีไปงั้นๆ แสดงว่าคุณกำลังเข้าใจอะไรผิดไปบางอย่างแล้วล่ะ เพราะอย่าลืมนะว่า Job Description คือตัวกำเนิดของงาน HR ทั้งกระบวนการ แต่ถ้าจะให้เจาะที่งานสรรหาแล้วล่ะก็ คุณลองคิดดูก็ได้ว่าถ้าคุณทำ Job Description ที่ดูแล้วไม่น่าสนใจ แล้วก็ใช้ข้อมูลในนั้นไปทำเป็นประกาศรับสมัครงาน แล้วจะมีใครหน้าไหนที่จะมาสนใจใน Job Description ที่ไม่น่าสนใจของคุณ ยกเว้นข้อเดียว ถ้าเงินเดือนและสวัสดิการของคุณเป็นที่ล่อตาล่อใจ ผมการันตีให้ก็ได้ว่าเกิน 80% คนที่สมัครงานมาในตำแหน่งนั้น จะยังไม่ทันได้อ่านประกาศรับสมัครงานให้ละเอียดถี่ถ้วนเลย ผ่ามพาม !!!

 

5

การเตรียมกระบวนการในการคัดเลือกผู้สมัครงาน ข้อสอบ แบบทดสอบต่างๆ ที่คิดว่าจำเป็นต้องมี การทำความเข้าใจกับทีมผู้สัมภาษณ์ที่จะมีส่วนในการคัดเลือกพนักงาน หรือแม้กระทั่งการทำความเข้าใจในสาระสำคัญทั้งความรับผิดชอบและคุณสมบัติของตำแหน่งงาน เรื่องเหล่านี้คือเรื่องของการเตรียมการก่อนที่จะไปทำการคัดเลือกใครต่อใคร เห็นไหมล่ะว่ามันไม่ได้มีแค่เรื่องการสัมภาษณ์แค่เรื่องเดียวจริงๆ

 

6

สัมภาษณ์ผู้สมัครงาน เอาล่ะเรื่องนี้คือส่วนหนึ่งในหลายๆ ส่วนของงานสรรหา และเป็นส่วนที่คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะอย่าลืมว่าคุณมีเวลาแค่ 1 ชั่วโมงในการทำความรู้จักผู้สมัครให้ครบทุกด้าน เพื่อเปรียบเทียบกับความต้องการของตำแหน่งงาน ความเข้ากันได้กับองค์กรและทีมงาน เพราะไม่อย่างนั้นแล้วคุณอาจเลือกคนผิดจนต้องมานั่งคิดเสียใจในภายหลังก็ได้ ระวังให้ดีๆ

 

7

หลังสัมภาษณ์เสร็จแล้ว นี่คือจังหวะของการทำ Branding ให้กับองค์กร หรือพูดให้ง่ายกว่านี้ก็คือ การโฆษณาองค์กรของคุณ เพื่อคาดหวังว่าผู้ที่มาสัมภาษณ์กับคุณเค้าจะเอาเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้เขารู้สึกดี ถึงแม้ว่าจะไม่ได้งานกับคุณก็ตาม ไปบอกกับเพื่อน กับคนรู้จัก โพสต์บนโซเชียล ในเรื่องดีๆ ที่เกี่ยวกับองค์กรคุณ อย่าลืมนะว่าอานุภาพของการโฆษณาแบบปากต่อปากนั้นมันมีความรุนแรงขนาดไหน จริงๆ แล้วคุณเลือกได้นะว่าจะให้มันออกมาเป็น “ดราม่า” หรือเป็น “ข้อดีที่เขาอยากบอกต่อ” มากกว่ากัน

 

8

ข้อตกลงต่างๆ เรื่องของประโยชน์และสัญญาการจ้างงานอันนี้ก็ต้องเป๊ะ เพราะเป็นเรื่องที่พลาดไม่ได้ และก็ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดเกินจริงในสิ่งที่ไม่เป็นจริงเพียงเพื่อหวังว่าจะปิกงานให้ได้หลังจากที่ใช้เวลามาเนิ่นนาน เพราะผลกระทบที่ตามมามันจะไม่สนุกเลย เมื่อผู้สมัครงานคนนั้นเข้ามาร่วมงานกับคุณแล้วพบว่าสิ่งที่คุณบอกเขาเอาไว้ มันไม่ใช่เรื่องจริง

 

9

เมื่อตัดสินใจรับใครเข้ามาแล้ว ขอให้รู้ไว้เลยว่าคุณจะเป็นที่พึ่งพิงคนแรกในเวลาที่เขาไม่สบายใจ เพราะคุณเป็นคนร่วมตัดสินใจรับเขาเข้ามา เพราะฉะนั้นจงดูแลคนที่คุณรับเข้ามาอย่างเต็มที่ เหมือนกับตอนที่คุณพยายามโฆษณาบอกเขาว่า องค์กรของคุณมีดีอะไรแล้วทำไมถึงอยากให้เขามาร่วมงานกับคุณ

 

ผมเอามาเฉพาะงานหลักๆ ของงานสรรหานะ ไม่ได้เอารายละเอียดยิบย่อยมาใส่ให้มันมากเกินไป

 

ก็ด้วยความตั้งใจที่อยากจะบอกกับคุณว่า “งานสรรหา” มันไม่ใช่แค่ “การสัมภาษณ์” จริงๆ เข้าใจตรงกันนะ ^ ^

 

เครดิตภาพจาก www.unsplash.com

 

แสดงความคิดเห็น
เพิ่มเพื่อน
© 2018-2019 DewHR.CO All rights reserved.

รายละเอียดหลักสูตร
ที่คุณจะได้เรียนตลอดปี

เพื่อมุ่งเน้นไปที่ความก้าวหน้าในอาชีพ

 

ผมคัดเลือกหลักสูตรต่างๆ เหล่านี้ อย่างพิถีพิถัน ว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ ที่คุณควรรู้และมีทักษะ โดยผ่านประสบการณ์ที่ผมใช้ในการคัดเลือกคนเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ ไปจนถึงตัดสินว่าใครจะได้รับการโปรโมทเลื่อนขั้น

นอกเหนือจากที่ใช้ในการคัดเลือกคนและตัดสินการโปรโมทเลื่อนขั้นแล้ว ผมยังใช้มันด้วยตัวเองเพื่อให้ก้าวหน้าจากเจ้าหน้าที่แล็ป ผ่านการเป็นพนักงานขาย แล้วมาทำงาน HR จนมาถึงตำแหน่งผู้บริหารบริษัทฯ ในทุกวันนี้ ผมเชื่อว่ามันจะทำให้คุณเห็นความก้าวหน้าของตัวเองอย่างแน่นอน ถ้าคุณเข้าเรียนกับผมไม่ว่าจะเป็นผ่านการสอนสดหรือกลับมาดูย้อนหลัง

นอกเหนือจากหลักสูตรที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน 12 ครั้งในระยะเวลา 12 เดือนนี้แล้ว ผมยังมีแถมเรื่องพิเศษเกี่ยวกับ The Growth Spiral ให้อีก 1 ครั้ง และพิเศษไปกว่านั้น คือผมจะมาตอบคำถามหรือทำการโค้ชแบบกลุ่มให้คุณแบบสดๆ ด้วย เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อเข้ามาตอบคำถามหรือเป็นที่ปรึกษาให้ทุกเดือน เพราะสำหรับโปรแกรมนี้ ผมไม่ได้คิดว่าจะมาแค่สอน แต่มันคือการเป็นพี่เลี้ยงให้พวกคุณอย่างเต็มรูปแบบ

อ่านรายละเอียดหลักสูตรด้านล่างเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย

ตอนที่ 1 รู้เป้าหมายและรู้จักจุดแข็งของตัวเอง (มี.. – มิ.. 2562)

1. Job Description, เป้าหมายในการทำงาน และการตั้ง OKRs ให้ตัวเอง

เพื่อตั้งเป้าหมายในงานของคุณให้ได้ มีแผนการทำงานที่ชัดเจนในการสร้างผลงานให้เกิดความแตกต่างจากที่ผ่านมา

2. Faces, the real you – รู้จักตัวเองแท้ๆ ข้างใน

รู้จักตัวเองก่อนในทุกด้าน เพื่อการเลือกใช้ด้านใดด้านหนึ่งในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้า

3. Coach ตัวเองได้ ด้วยการใช้ GROW model

เพื่อรู้จักหลักการ Coach ตัวเองในขั้นต้น เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการพัฒนาตัวเองในลำดับถัดไป

4. DISC กับการเข้าใจตัวเองและผู้อื่น

เพื่อเข้าใจความแตกต่างของคน และใช้ในการสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจกัน

ตอนที่ 2 รู้วิธีคิดที่จะทำให้ชีวิตก้าวหน้า (.. – .. 2562)

5. Adaptive leadership – ภาวะผู้นำที่สามารถปรับตัวได้ตามสถานการณ์

เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวได้ของตัวเรา

6. Critical Thinking การคิดเชิงวิพากษ์เพื่อเข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริง

เพื่อเข้าใจวิธีคิด วิเคราะห์ แยกแยะ และการนำไปใช้ในการคิดเพื่อแก้ปัญหา

7. Strategic Thinking การคิดเชิงกลยุทธ์

เพื่อสร้างกลยุทธ์ในการทำงานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

8. Developing your Decision Making – ทักษะสำคัญที่ใช้ในการตัดสินใจ

เพื่อเข้าใจวิธีการในการสร้างทางเลือกเพื่อการตัดสินใจและการวิเคราะห์ให้รอบด้าน

ตอนที่ 3 รู้วิธีทำที่จะนำมาสู่ความสำเร็จ (.. 2562 – ..2563)

9. Kaizen your job – การพัฒนางานของคุณด้วยหลัก Kaizen

เพื่อเข้าใจหลักการและการนำ Kaizen มาใช้ในการพัฒนางานของตัวเอง

10.Habits of successful people – นิสัยของผู้ประสบความสำเร็จ

เพื่อเข้าใจนิสัยต่างๆ ของคนที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำมาปรับใช้ในงานของตัวเอง

11.Branding yourself – สร้างแบรนด์ตัวคุณขึ้นมา

เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเรา ให้คนจดจำ

12.Presentation skills and Techniques – ทักษะและเทคนิคในการนำเสนองาน

เพื่อปรับปรุงทักษะและเทคนิคในการนำเสนอผลงาน

ตอนพิเศษ รู้จักแก่นของการเจริญเติบโต (จะกำหนดวันสอนในภายหลัง)

13.Growth Spiral – เกลียวของการเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ (หลักสูตรนี้แถมให้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมใช้ในการเติบโตก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้)

เพื่อเข้าใจหลักคิดและพฤติกรรมที่สำคัญที่มีส่วนให้เกิดความก้าวหน้าในการทำงาน

 

สิ่งที่อยากฝากทิ้งท้ายไว้ในตอนนี้ก็คือว่า ถ้าคุณเข้าเรียนแล้ว ไม่เห็นผลในการพัฒนา ให้ติดต่อกลับมาแล้วเราจะคืนเงินให้คุณเต็มจำนวน และถ้าใครพัฒนาตัวเองขนาดนี้แล้ว บริษัทฯ ปัจจุบันยังไม่เห็นค่า ให้ติดต่อผมมา เพราะอย่าลืมนะว่า ผมเป็น Head Hunter มาหลายปีเลยทีเดียว

ผมจะเปิดรับสมัครสมาชิกแบบ Premium นี้ในวันที่ 4 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป ในราคาที่คุณจับต้องได้ จะเป็นเท่าไหร่ขอให้รอติดตามกันอีกที ส่วนถ้าใครสนใจและอยากรู้ตอนนี้ สามารถ Inbox เข้ามาถามได้ที่ Facebook Page: Dew HR ข้างบ้าน หรือ Line@: @hrathome ได้เลย

ผมลืมบอกไป...

นอกเหนือจากนี้แล้ว มีสิ่งที่ผมเตรียมไว้ให้อีกประมาณ 2 อย่างในเบื้องต้น คือ

  1. คู่มือการสร้างความเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ ที่ผมกลั่นกรองเอาเฉพาะสูตรสำเร็จที่ผมเคยใช้มันกับตัวเองมาแล้วล้วนๆ อยากบอกว่ามันจะเป็นคู่มือที่มีชีวิต เพราะผมจะอัพเดทมันอยู่ตลอดเวลา
  2. The Book of Malasa – The Journey of ourselves หนังสือที่จะพาคุณไปค้นหาและสร้างตำนานชีวิตของคุณ ผมได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ในวันที่ผมไม่เหลือความมั่นใจในตัวเอง ทำตัวเป็นไม้หลักปักขี้เลน โอนเอนไปตามกระแสที่คนรอบข้างอยากให้ทำ จนมาวันหนึ่งที่ผมได้รู้ซึ้งและเข้าใจว่า การเป็นตัวของตัวเองสำคัญอย่างไร มันก็ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ อ่านดูแล้วอาจจะยังไม่เชื่อ เอาไว้ผมจะมาเล่าให้คุณฟัง
  3. ส่วนอื่นๆ จะเติมมาเรื่อยๆ ตลอด เพราะผมถือว่าคุณคือสมาชิกในครอบครัวที่ผมต้องดูแลและพาคุณไปถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ ในฐานะของพี่ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลน้องๆ

การตัดสินใจอยู่ที่คุณแล้วล่ะครับ...

 

สมาชิก PREMIUM Coming Zoon